[WordPress] สรุปงาน meet up SEO for 2021

บทความนี้จะเป็นสรุปงาน meet up ของ WordPress นะครับโดยจะเป็นแนวการแชร์นั่งคุยไม่ได้เป็น slide เปิดหากใครสนใจกิจกรรมแบบนี้อย่าลืมไปกดติดตามได้ที่นี่เลยนะครับ https://www.meetup.com/Bangkok-WordPress/events/275095623/

3 2 1 เอาล่ะ ! เริ่ม !

โดยพี่หลง UX Designer ในการดำเนินงานนะครับ เป็นพิธีกรแหละว่างั้น ส่วนคนที่มาแชร์มี 3 คนคือ แทนนี่ ตังเม อั้ม โดยเริ่มแรกให้แนะนำตัวโดย อั้มมีแนะนำตัวก่อนว่าเขาทำอยู่บริษัทที่เคยเจอ audit seo เหมือนคนมาตรวจเรื่องพวกนี้ โดยจะมาแชร์ว่าเขามาตรวจเนี้ยมาตรวจเกี่ยวกับอะไร

ส่วนตังเมจะเป็นคนที่ทำเกี่ยวกับเรื่อง seo เป็นหลักครับโดยมีเขียนบทความและก็แชร์ความรู้เกี่ยวกับ seo ติดตามได้ที่นี่นะครับ https://www.facebook.com/chalakornbergseo/

แทนนี่ เป็น developer ทำเว็บ content เกี่ยวกับพวกสำนักข่าว คนดูเป็นแสนต่อวัน

ในตอนเริ่มแรกมีการถามผู้ร่วมงานว่า แต่ละคนมีความเกี่ยวข้องกับ seo อะไรบ้าง มากน้อยยังไง มีคนแชร์ว่า ขายของแล้วคนเข้ามา 50% คือจาก seo มีคนมาจาก marketing

เจออะไรบ้างปีนี้เกี่ยวกับ seo

แทนนี่แชร์ว่า ลูกค้าอยากจะปรับให้เว็บเร็ว โดยส่วนใหญ่จะเป็นการแนะนำให้ ทำใหม่ ใช่ครับทำใหม่ พวก theme ส่วนใหญ่ประมาณ 5 ปีมันเรียกโค้ดที่ไม่จำเป็นมา หรือมีการโหลดอะไรที่มันหนักทำให้ seo ไม่ดี อันนี้คือโดยส่วนใหญ่นะพวก theme ที่มีอายุ 3-5 ปี เพราะการเข้าไปจัดการบางครั้งทำให้เว็บล่มได้เลยเพราะโครงสร้างมันซับซ้อน

ตอนนี้มาใช้ seedtheme เพราะ google มองว่าเกี่ยวกับความเร็วของมือถือเป็นหลักซึ่ง seed theme มันเร็วมว๊ากกกกกกกกกกก จากใจผู้เขียนบทความและใช้งานอยู่ครับ

มีคำถาม: อยากรู้ว่าราคาควรจะคิดเท่าไร ในการ revamp เว็บใหม่
แทนนี่ตอบว่า: ต้องอธิบายลูกค้าว่าเราต้องทำอะไรบ้าง และใช้ man hour เท่าไรเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจ และอธิบายทำนองว่าเหมือนเราทุบบ้านคุณใหม่แล้วสร้างมาให้เหมือนเดิม แต่การเดินสายไฟและท่อน้ำมันทำใหม่หมดเพราะฉะนั้นมันไม่ต่างจากการทำใหม่

แทนนี่แชร์ต่อว่าให้หลีกเลี่ยงการใช้ jQuery มันทำให้เว็บเราช้าไปเลยอย่างน้อย 1 วินาทีเพราะฉะนั้นเวลาแทนนี่เขียน theme ใหม่จะไม่ใช้พวกนี้ครับ

audit seo เป็นอย่างไร ?

  • content that relies on JS บางครั้งการที่เราใช้ WordPress ที่เป็นแบบ headless โดยการให้หน้าบ้านรับค่า API จาก WordPress ทีนี้ปัญหาคือ การเป็น JS คือการเปลี่ยนแปลงค่าของค่าต่างๆในหน้าจอมันไม่ได้เป็น tag ออกมาจริงๆได้ครับ วิธีแก้คือในพวก Nuxt อันนี้ของ Vue ถ้าเป็น React คือ Nextjs
  • ใช้ Tag A สำหรับพวก navigation เช่นพวกเมนูหลัก
  • submit xml sitemap
  • url friendly คือ การปรับให้ url อ่านง่าย ไม่ใช่ตามด้วยคำภาษาไทย คืออาจจะเป็น slash หมดครับ
  • ถ้าจะทำเว็บแบบมี www ก็บังคับให้ใส่หมด ส่วนประโยชน์มากการใส่ www อ่าน ทำเว็บแบบมี Www กับ Non Www แบบไหนดีกับ SEO มากกว่า
  • ชื่อ title อย่ายาวไป คืออันนี้ไม่ต้องสำคัญมากแต่ก็ควรไม่ยาวมาก
  • ต้องมี meta description
  • ต้องใช้ H1 สำหรับหน้านั้นเพียงอันเดียว อันนี้คุณตังเมให้ข้อแนะนำว่า จริงๆแล้วจะมี H1 หลายอันก็ได้ แต่ ควรจะมีเพียงอันเดียวจะดี เพื่อให้ google เก็บแล้วเข้าใจว่าการแยก มีคำแชร์ต่อว่า อย่าใช้ heading ในการไต่แรงค์ google ควรใช้เพื่อการนำเสนอ
  • ถ้าหน้าไหนไม่จำเป็นก็ควรตั้งให้ noindex พวกหน้า thank you ทำนองนี้ หรือหน้าไหนไม่ใช้
  • Link ในบทความ ไม่ว่าจะ Link เข้า/ออก google จะดูความน่าเชื่อถือจากเว็บนั้นใน WordPress มี plugin สำหรับจัดการเรื่องพวกนี้อยู่ครับ ยกตัวอย่าง https://wordpress.org/plugins/broken-link-checker/#installation
  • รูปอย่าใช้รูปใหญ่ปกติแล้วตัว WordPress เองนั้นจะทำการตัดรูปที่เรา upload โดยเป็นขนาดอยู่ 3 แบบแต่ถ้า theme คุณ support หลายหน้าจอก็สามารถตัดรูปให้ขนาดเหมาะกับคนดูได้ครับ และในปัจจุบันมีการปรับภาพให้เป็น webp ซึ่งตัว google ก็ชอบเหมือนกันครับ
  • เรื่อง schema ของ google ไปดูได้ที่ https://schema.org/ โดยการที่เราบอก google จะทำให้เราได้แสดงบน search มันจะสวยกว่าบทความทั่วไปเช่น
schema ของเว็บ skooldio

จากตัวอย่างข้างบนจะเห็นว่าบทความของ skooldio นั้นมีอะไรที่เยอะกว่าชาวบ้านนั่นแหละครับตัว schema มันจะมี tool ของ google ในการ check ด้วย https://search.google.com/test/rich-results?utm_campaign=sdtt&utm_medium=url&id=mMNkINk1U38d3Aq2xS5ueQ

อันนี้ผมเอาตัวอย่างจาก skooldio โดย link ด้านบนนั้นจะช่วยให้เรารู้ว่าเราใส่ schema ถูกต้องไหมสำหรับ google

BackLink สำคัญไหม ?

ตังเมแชร์ต่อเรื่องนี้ ให้มองเป็นเหมือน page rank เหมือนค่าพลังโดยจริงๆแล้วมันสำคัญกับบางเว็บหรือบางรูปแบบ โดยแต่ก่อนนั้น google ใช้วิธีการอ้างอิงว่า เฮ้ยมีคน link มาเว็บนี้เยอะอาจจะดีก็ได้ แต่ถ้ายกตัวอย่าง เช่น อยากรู้เรื่องเกี่ยวกรดไหลย้อนเว็บที่เป็นของโรงพยาบาลจะได้รับความสำคัญมากกว่าบทความทั่วไปของเว็บทั่วๆไป โดย google จะมองว่า domain ที่เป็นของโรงพยาบาลน่าเชื่อถือมากกว่าเว็บที่มี backlink เยอะๆอยู่ดีครับ

Voice search

คุณตังเมแชร์ว่ามีคนถามเยอะมากๆ แต่จริงๆแล้วคน search ด้วยคำถามง่ายๆ ควรจะใส่เป็น sub heading ( การแบ่งหมวดหมู่ในบทความ ) ว่าเป็นพวกคำถามจะเหมาะกับพวก voice search เช่น แทนที่เราจะตั้งว่า วิธีทำข้าวมันไก่ เป็น ข้าวมันไก่ทำยังไง ? ทำนองนี้ครับ

Q&A

Q: เทคนิคการเนียนโปรโมท ทำยังไง ?
A: การ backlink จากพวก social media นั้นเป็นแบบ no follow หมายถึงมันไม่ค่อยสำคัญเพราะฉะนั้นอย่าทำเลย พี่หลงแนะนำว่าให้ทำบทความให้ดี เดี๋ยวคนเข้ามาอยู่ดีไม่ต้องไปเนียนโปรโมท ตังเมแชร์ต่อว่า google นั้นมองว่า ความสำคัญของเนื้อหามันสำคัญมากกว่าความเร็วซะอีกด้วยซ้ำ

Q: seo 3k VS 30k ต่างกันอย่างไร ?
A: ตังเมแชร์ว่า 30K ควรเป็นค่าพื้นฐานเสียด้วยซ้ำ เพราะการจ้างถูกคุณจะเสียเวลาเปล่าๆด้วย พี่หลงแชร์ต่อว่า การคิดเรื่อง content แบบ seo ด้วยมันไม่ใช่การใส่ๆคำในบทความแล้วจบมันต้องคิดมาก่อน

Q: ควรกำหนดเวลาเท่าไรดีสำหรับลูกค้าจ้าง ?
A: เว็บใหม่จะยากมากอย่างน้อย 6 เดือน การติดหน้า 2 หรือ 3 ก็ยังใช้เวลา 3 – 6 เดือนอยู่ดี

Q: การสร้างเว็บใหม่ควรจะเป็น keyword หลักหรือว่าคำรวมๆแนวๆ long tail
A: ในปีต่อไปนั้น google จะพยายามดูว่าเว็บของเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไหน เราควรจะเจาะจงลงไปในหมวดย่อย เช่น คำว่า ขายเสื้อผ้า อันนี้คือแย่งกันซื้อเยอะมากและแพง อาจจะเล่นคำพวก ขายเสื้อผ้าเด็กอ่อน ขายเสื้อเด็กผู้ชาย ทำนองนี้ครับ

Q: plugin ตัวไหนดีสำหรับเรื่อง seo ?
A: แทนนี่เสนอว่า สุดท้าย plugin ก็แค่เครื่องมือ ประเด็นสำคัญคือ ความรู้ด้าน seo ของคุณต่างหาก แล้วเครื่องมือจะเป็นอะไร นั้นก็ไม่สำคัญครับ สังเกตุลูกค้าของคุณดูว่าเขาจะหาคำด้วยอะไร และคุณเตรียมตัวรับมือยังไง อาจจะใช้ google keyword planner

ตังเมเสนอใช้ yoast seo และเครื่องมือสำหรับเช็ค keyword https://ahrefs.com/

Q: หน้าแรกยังสำคัญอยู่ไหม ?
A: ไม่สำคัญในเชิง seo แต่แทนนี่แชร์ว่าหน้าแรกสำคัญเกี่ยวกับการให้ content

Q: ทำแต่เว็บ blog ถึงติดง่ายหรือเปล่า ?
A: คุณตังเมแนะนำว่า ให้ลองค้นหาด้วยคำนั้นแล้วถ้ามันขึ้น Vdo ก็ไม่ต้องเขียน Blog แข่งให้ทำ vdo แข่งครับ ถ้าเป็น E-commerce ก็เขียน blog ไม่ติดอยู่ดีครับ

Q: content ต้อง update ตลอดไหม เพราะว่าคู่แข่งเขาทำ content เดียวกันแต่ถูกแซง ?
A: คุณตังเมแชร์ว่าถ้าหาก content นั้นเป็นแนวสร้างมาปล่อยทิ้ง เช่น วิธีการผูกเนคไท อันนี้ไม่ต้อง update ให้สังเกตุว่าถ้าเรา search คำไหนแล้ววันเวลาจำเป็นเช่น อยากหาที่เที่ยวชลบุรี แบบนี้มันจำเป็นต้อง update เพราะฉะนั้นเราควรจะคิดว่า content แบบไหน คนต้องการแบบ update

ส่วนถ้าคุณเขียนบทความ เที่ยวชลบุรี 2019 แล้วคุณอยากปรับก็ให้เปลี่ยนเฉพาะเนื้อหาพอ อย่าเปลี่ยนตัว url นะครับเช่นเข้าไปแก้ไขจาก 2019 -> 2020 ทำนองนี้ได้ครับ แต่ถ้าหากจำเป็นจริงๆ ต้องเปลี่ยน url แทนนี่เสริมว่าต้องใช้ Plugin redirection แล้วต้องนั่งดูมันว่า google มัน redirect ถูกต้องไหมต้องเป็น 301

Q: ถ้าเป็นเว็บที่หนักทำมาแล้ว 5 ปีไม่อยากเปลี่ยน theme จะแก้ไขยังไง ?
A: แทนนี่แนะนำให้ใช้พวก CDN

Q: ถ้า domain เดียวทำหลายอย่าง จะมีผลอะไร ?
A: ถ้าเป็นเว็บใหม่ๆทำแค่เรื่องเดียวดีกว่า ทำหลายเรื่อง

Q: เว็บ content ไทยพวก permalink ภาษาไทยมีผลไหม ?
A: ควรจะใช้ภาษาอังกฤษและ google อ่านง่ายกว่า และมันปลอดภัยถ้าใช้ภาษาไทยนั้นอาจจะเผลอลบอะไรออกได้

Q: pagespeed ที่ยอมรับได้ควรจะเท่าไร ?
A: ตัวเขียวๆ จะดีสุด คุณตังเมแชร์ 60 ขึ้นไป โดยเมื่อคุณลองเช็ค page speed นั้นจะมีตรงธงฟ้าๆ ปีหน้าจะให้ความสำคัญ

สังเกตุธงฟ้าๆนั่นแหละต้องไปปรับนะครับ

Q: slug ควรจะยาวดีไหม ?
A: ควรจะให้สั้น ถ้านึกไม่ออกก็เขียนจากพวก title มาแปลงเป็นภาษาอังกฤษ คุณตังเมแชร์ว่าถ้านึกไม่ออกจริงๆก็ไปดูเว็บภาษาอังกฤษก็ได้

Message us