[Event] สรุปงาน Firebase Summit Extended

ได้มีโอกาสไปร่วมงาน Firebase Summit Extended เลยขอเขียนสรุปไว้สำหรับคนที่ไม่ได้มาและเก็บภาพบรรยากาศในงานมาให้ชมครับ

รายละเอียดงาน

Firebase Summit Extended
Firebase Summit Extended

Firebase เป็นฐานข้อมูลที่ดังมากในตอนนี้และมี backup ใหญ่อย่าง google อยู่ในงานนี้โดยตัว Firebase นั้นเป็นแบบ Nosql เน้นเก็บเป็นเหมือน JSON คือเป็น key: value แบบนี้ครับ

กำหนดการคราวๆในงานจะเป็นแบบด้านล่างเลยครับ

Firebase Summit Extended
Firebase Summit Extended

เปิดงาน

ก็มีการเล่าเกี่ยวกับว่าพวก Line hack ทีมที่ชนะได้ใช้ Firebase ในการ impliment และมีการกล่าวถึงว่าตอนนี้จุดหมายของ Google เป็น AI กำลังจะมีงานเกี่ยวกับ hack ของ Google Assitant ที่จัดขึ้นกับ AIS DC

What’s new in firebase summit ?

มีบอกถึงงานที่เพิ่งจัดขึ้นมาใครอยากฟังไปฟังได้เลย

พี่ตี๋ jirawat หลายคนคงรู้จักกันดี โดยมาเล่าว่าในงาน summit ที่ผ่านมามีอะไรเจ๋ง โดย Firebase มี mission 3 อย่างคือ

  • เพื่อ Dev
  • เพื่อ Business
  • เพื่อ Improve quality

โดยงานจัดใหญ่มีคนร่วมประมาณ 1,000 คน โดยพี่ตี๋เล่าว่าสองเดือนที่แล้วมี app active อยู่ 1.3M ณ ตอนนี้ที่พูดคือ 1.5M แล้วถือว่าเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

Cloud Firestore

  • มีการตรวจสอบ simulator ได้แต่ก่อนไม่มีมีแต่ใน real time database
  • data import and export
  • Two new deployment regions ( asia กำลังมา )

Firebase Hosting

  • แต่ก่อนเวลาทำ firebase hosting เราต้องสร้าง project โดยเราต้องสร้างเยอะเยะ แต่ปัจจุบันทำ project เดียวได้หลายอัน
  • Delta uploads ( version 4.2+ ) มันจะ upload ไฟล์ที่เปลี่ยนแปลงเท่านั้นทำให้ upload เร็วมากขึ้น
  • Deploy derect from Glitch and stackblitz ( IDE online หน้าตาเหมือน vscode  )

Firebase Crashlytics

โปรแกรมสำหรับตรวจสอบพวก app crash หรือ bug ต่างๆ มีความสามารถเพิ่มขึ้นทำให้เราสามารถตรวจสอบได้มากพอที่มาของปัญหาเกิดจากอะไร

Data Studio Template ( for BigQuery Export )

สร้าง report สวยๆได้ สามารถ integration กับ pagerduty ได้แล้ว

Firebase Performance

  • session analysis ( สามารถดูแต่ละ session ได้เลย device ไหน .ตอนกี่โมง ใช้อะไรเยอะน้อย )
  • issue management ( ปิด หรือ .mute พวก issue ต่างๆได้ )

Google Analytics for Firebase

สำหรับติดกับ ios, android เพื่อให้เรารู้ว่า app เรานั้นมีคนทำอะไรบ้าง เช่น ปัด notice ทิ้งกี่ครั้ง หรือว่าถอด app กี่ครั้ง เพื่อให้เราสามารถจัดกลุ่มสำหรับ business โดยมีแบบ predition ว่ากลุ่มเป้าหมายเขาเป็นใครอย่างไร

Dynamic audiences

ในแต่ก่อนคนที่ทาง analytic มันจัดเราเข้าไปอยู่ในกลุ่มว่าเป็นคนจ่ายเงินน้อยกว่า 500 บาทแต่ปัจจุบันเราอาจจะจ่ายเงินเยอะกว่านั้นแล้ว แต่ระบบยังคงจัดเราอยู่ในกลุ่มจ่ายน้อยกว่า 500 บาทเป็นต้น โดยเจ้าตัว Dynamic audiences มันจะจัดตามความจริงว่าคนคนนี้อยู่กลุ่มที่เป็นจริง

โดยจะสามารถเลือก filter ได้ค่อยข้างละเอียด

Declutter Remote Config UI

แต่ก่อนมันใช้งาน UI ลำบากปัจจุบันก็มีแก้ไขให้ใช้งานขึ้น

In-console JSON Validator

สำหรับจัดและตรวจสอบ json

Integration with Cloud Functions

การเขียน code เข้ากับ cloud function โดยสมมติเหตุการณ์คือจะปีใหม่แล้วเราต้องการขึ้นหน้าจอแรกเป็นสวัสดีปีใหม่

Firebase Cloud Messaging

ถ้าใครถามบ่อยๆว่า ตัวนี้เก็บเงินยังไง พี่ตี๋บอกว่าฟรียาวๆ ไม่เก็บเงิน

Redesigned Notifications UI

มีการปรับหน้าตาให้ใช้งานขึ้นและแต่ก่อนใครที่ต้องมานั่งเขียน api สำหรับรัน cron เพื่อทำเกี่ยวกับกำหนดเวลายิง ตอนนี้ทาง Firebase มีระบบตรงนี้ให้แล้วครับ

Notifications report

รู้ว่ามีคนเห็นเท่าไรอย่างไร มีหลายรายละเอียดเยอะเยะ

Firebase A/B Testing

  • สามารถดูแบบ Realtime experiment user count เช่น ยิง notice ไป 3 แบบคนตอบสนองกับแบบไหนมากที่สุด
  • Variant-level targeting สามารถเลือกได้ว่าเอาแบบไหนส่งให้คน session ไหนได้อีก
  • Prediction health indicator เป็นตัวบอกเกี่ยวกับการพยากรณ์ ว่าคนไหนเป็นอย่างไรในอนาคตอันใกล้

ML Kit: Face contour detection

Machine Learning on device เป็นชุด kit ทำให้เราสามารถทำ ML ได้ง่ายๆครับ สิ่งที่กำลังจะเปิดตัว

  • Smart Reply API เดาว่าจะพิมพ์อะไรต่อ
  • Face detection

ซึ่งการใช้ Face detection มันจะใช้กันเยอะอย่างเช่นคุณคงเคยเห็นพวก app แต่งหน้าเราตลกๆ อะไรพวกเนี้ยครับ แล้วตัว Face detection มันทำอะไรได้บ้าง ก็มีรู้ว่าหน้าตาเป็นแบบไหน เศร้าอยู่หรือว่าโมโหอยู่โดย Realtime

Face landmarks

โดยตัวระบบจะดูหน้าแล้วค้นหาว่าตอนนี้หน้าตาเราเป็นอย่างไร มันจะรู้ได้ว่าหน้าตอนนี้ยิ้มหรือไม่ยิ้มอยู่ ตาปิดหรือไม่ปิด แต่ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาของ Face contour มันจะดูเป็นจุดๆเลย เหมือนรูปข้างล่าง

[รูป contour]

แล้วมันเอาไปทำอะไรได้ ก็เช่น พวก app แต่งหน้าโดยในงานมี Demo ให้ดูด้วยตัว Face detection ค่อนข้างฉลาดนะ พิธีกรหันซ้ายขวามันก็ตรวจจับค่อนข้างแม่น

—– พักกินข้าว + โดดไปสองคาบ พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับ app ผมเลยไม่ได้เข้าครับ —–

Building a Progressive Web App with Firebase on Glitch and StackBlitz – Henry Lim, GDE Web

ผู้พูดเป็น GDE อายุน้อยสุดจะมาพูดเกี่ยวกับการสร้าง PWA แล้วเมื่อไหร่เราควรใช้หรือสร้าง PWA ก็เมื่อเราต้องการให้มาทำงานได้ดีขึ้นจากเว็บนั่นเอง ตัว PWA มันใช้งานได้ทุกที่แล้วแม้ตอนไม่มี internet

อย่างแรกคือ Firebase Hosting มันดียังไง

  • Free to use
  • มี SSL
  • SSD – backend hosting
  • Deploy with one command

Reserved Url คือมันการใช้ url สำหรับรันคำสั่งบางอย่างโดยที่เราแค่แปะ link เข้ามาใช้อย่างเดียว อันนี้ส่วนตัวยังไม่เคยใช้นะเลยอธิบายยังไม่ค่อยถูกว่ามันดียังไง แต่อันนี้เขามาพูดถึงความง่ายว่าทำไมเราต้องใช้พวกนี้เพื่อสร้าง PWA

ต่อไปคือ IDE แบบใน browser เลยโดยมีให้เลือก Glitch หรือ StackBlitz ก็ได้เหมือนๆกัน แต่ขั้นตอนค่อนข้างเร็วและผมไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร แต่สรุปแล้วคือสามารถสร้าง PWA ง่ายๆในเวลาไม่นานและเครื่องมือมันพร้อมสร้างแม้คุณจะไม่มีพวก IDE อะไรเลยในคอมประมาณนั้น

Smart user segmentation based on predicted behavior – Jirawat Karanwittayakarn, GDE Firebase

เปิดเรื่องมาด้วยการให้เล่นเหมือนเกมทายใจ และพี่ตี๋ทายถูกเกือบ 90% ของคนในห้องส่วนใหญ่ซึ่งเป็นการยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า การพยากรณ์ว่า ลูกค้าของเราเป็นแบบไหน พฤติกรรมเป็นอย่างไร เนี้ยแหละคือพลังของการพยากรณ์ด้วยข้อมูลครับ

ทีนี้มีการพูดถึงว่าคนทำเกมเนี้ยมีข้อมูลว่าใน 24 ชั่วโมงแรกคนจะ install เท่าไร ผ่านไป 24 ชั่วโมงจะลดลงครึ่งหนึ่งและผ่านไปอีก 7 วันจะลดลงอีกครึ่งคราวนี้พี่ตี๋จึงบอกว่าจะดีกว่าไหมถ้าเรารู้ว่าใครจะ uninstall app เราแล้วเราปรับแผนการตลาดให้สามารถดึงไม่ให้คนถอด app เราออกนั่นคือที่มาของ firebase prediction นั่นเองครับ

โดยเราต้องตั้งเป้าหมายก่อนเช่น มีใครบ้างที่จะเลิกใช้ app เราอีก 7 วันข้างหน้า แบบนี้ และระบบของ Firebase จะคำนวนทุกวันและข้อมูลย้อนหลัง 100 วัน

โดยตอนนี้ Prediect มีสองแบบ ณ ตอนนี้มี 2 แบบ

  • อย่างแรกคือ churn ( อ่านว่า เชิญ ) แต่ความหมายตรงกันข้ามคือคนที่จะเอา app เราออก และ not_churn ก็กลุ่ม user ที่จะใช้ app ของเราไปต่ออีก 7 วัน
  • อีกอันคือ spend กับ not_spend คือก็กลุ่ม user ที่จะจ่ายเงินเราอีก 7 วันข้างหน้า

โดยใน slide จะมีปุ่ม toggle ปรับได้ 3 ระดับโดยมี low , med , high ถ้าเป็น high จะเป็นเป้าหมายส่วนใหญ่ความแม่นยำต่ำ แต่ถ้าเลือก low ก็จะแม่นยำมากแต่กลุ่มจะน้อย เช่น เราอยากจะส่ง ads สำหรับคนที่จะถอด app แน่ๆ อาจจะเลือก low หรืออีกตัวอย่างหนึ่งคือยิง ads สำหรับคนกลุ่มใหญ่ที่มีโอกาสจะจ่ายเงิน แบบนี้ก็ทำได้

อีกตัวอย่างหนึ่งเราก็สามารถยิง สิทธิพิเศษ ให้คนที่คิดจะ uninstall app เราออกอีก 7 วันข้างหน้า ทำนองนี้ครับ โดยนอกจากเลือกกลุ่มเป้าหมายแล้วจะมีกราฟบอกความแม่นยำให้อีกด้วยว่าเรายิงไปมันได้ผลอะไรยังไง

พี่ตี๋เล่าการใช้งานจริงว่าตัว app เกมที่เขายกตัวอย่างมาว่า เขาได้ข้อมูลว่ามีคนจะ uninstall app อีก 7 วัน และดูว่าทำไม พบว่าคนกลุ่มนี้จะติดอยู่ที่ level 1 – 4 เขาก็อาจจะยิง remote config ไปว่าให้เกมมันระดับง่ายขึ้นทำนองนี้ หรือเราอาจจะใช้เกี่ยวกับเรื่อง spend เช่นเรารู้ว่าคนกลุ่มนี้จ่ายเงินแน่ๆ เราก็ไป setting เกี่ยวกับ เครื่องมืออย่างอื่นเช่น A/B Testing ให้กลุ่มหนึ่งได้รับ ข้อมูลของในเกม 1 เหรียญเกม = 0.99$ ทำนองนี้อีกกลุ่มอาจจะได้แบบเหมาโหล 120 เหรียญเกม = 5.99$

กับอีกกลุ่มพวกไม่จ่าย not_spend เราก็ยิงเป็นให้ดู ads แทนก็ได้เรียกได้ว่าทำอะไรได้หลากหลายมากๆ นอกจากนี้ยัง export ออกเป็นไฟล์ต่างๆได้อีกด้วย

ส่งท้าย

เอาจริงๆผมไม่ได้ลองเล่น Firebase เลยทั้งๆที่มันมีมานานระดับหนึ่งและพวก feature ต่างๆค่อนข้างดีมากๆ จากที่ได้ไปฟังมาครับ จะพยายามไปลองเล่นแล้วเอามาเล่าให้ฟังนะครับว่ามันดีอย่างไร และมีอะไรน่าสนใจ เครื่องมือตอนนี้เรามีระดับที่สามารถทำให้ Poc ได้ในวันเดียวแล้วแค่ลองศึกษาดูครับ หากใครสนใจเรื่อง Firebase สามารถติดตามกลุ่มและใครที่ผมแนะนำต่อไปนี้ครับ

 

firebase thailand

ชอบเนื้อหาแบบนี้ไหมครับ ?

ถ้าชอบอย่าลืมติดตามง่ายๆด้วยการกรอกอีเมลของคุณในช่องด้านล่าง ผมจะส่งบทความดีๆเกี่ยวกับ programming, event, lifestyle ต่างๆมาสรุปให้แก่คุณก่อนใคร และยังมีกิจกรรมดีๆ ซึ่งคุณจะไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน

เป็นโปรแกรมเมอร์ที่ตามหาคุณค่าของชีวิตและความฝันในวัยเด็ก ชอบเล่นเกม เรียนรู้ทุกอย่าง ชอบเจอคนใหม่ๆ งานสังคมทุกชนิด ออกกำลังกายในวันว่าง อ่านหนังสือ มีเว็บรีวิวหนังสือด้วย www.readraide.in.th