[event] สรุปงาน WordPress meet up Your favourite tools and tricks to work!

สรุปงาน wordpress meet up ที่เราจะจัดทุกๆ 1 เดือนนะครับใครที่กำลังมองหานักพัฒนาหรืออยากจะเข้าชุมชนเพื่อเข้ามาช่วยเหลือและส่งต่อสิ่งดีๆให้กับคนใช้ wordpress แนะนำเลยว่าต้องมาครับ โดยสัปดาห์นี้จะเป็นเกี่ยวกับการผู้ว่าจ้างกับคนรับจ้างทำงานเกี่ยวกับ wordpress ว่าเราจะโปรโมทตัวเองยังไง ก่อนเริ่มจ้างงาน/รับงาน ต้องเตรียมอะไรกันบ้าง มีการติดต่อด้วยเครื่องมืออะไร การดูแลหลังจากงานเสร็จควรจะทำแบบไหนดี ซึ่งคิดว่าเป็นประโยชน์กับทุกคนที่ใช้ เอาล่ะไปเริ่มกันเลย !!

How to find you ?

หัวข้อนี้คือให้แชร์ว่า ตัวเองขายของยังไงให้ลูกค้ามาเจอ หรือว่าลูกค้าค้นหานักพัฒนา wordpress ได้อย่างไร

  • ลง adword ใครไม่รู้จัก adword เชิญ Adwords คือไร
  • ทำ Blog เล่าเรื่องราวและแชร์ความรู้
  • บอกปากต่อปาก ลูกค้าบอกต่อ อันนี้มีอิทธิพลเยอะมาก เพราะการที่ลูกค้าไปบอกต่อเนี้ยคือที่สุดแหละ
  • ติดแบนเนอร์ ตามเว็บอื่นๆ หรือติดต่อไปโฆษณา
  • ทำปลั๊กอิน เพื่อให้คนรู้จักเราว่าตัวไหนเราทำแล้วเขาจะติดต่อมา ตัวอย่างของทีมจัดงานพวกเราครับ https://aum.im/fig-featured-image-generator/ ทำ plugin สำหรับการหารูปฟรีและสวย
  • รู้จักผ่าน Agency อีกที คือมีคนกลางรับงานมาแล้วก็ส่งต่อ
  • ทำงานกับองค์กร หน่วยงาน อย่างพวกเราจัดงาน wordpress ทุกๆ 1 เดือนคนก็มาปรึกษาและไว้ใจ
  • direct กับลูกค้า เช่น ไปดูเว็บของลูกค้าที่เว็บเก่าๆและติดต่อไปว่าเราช่วยเหลืออะไรเขาได้ทำนองเนี้ย
  • ช่วยเหลือ open source อันนี้ก็ดีในเมืองนอกใครช่วยเหลือชุมชมก็จะได้รับความไว้ใจและงานเข้ามาแน่นอน
wordpress meet up
wordpress meet up

Work process

เป็นการแชร์ว่าเมื่อเกิดการจ้างงานแล้วมีขั้นตอนอย่างไร บ้างทั้งสองฝ่าย สมมติว่าบริษัทอยากมีเว็บขายของต้องเตรียมตัวอะไรบ้างสำหรับการคุยเช่น

  • มีเงินเท่าไรกับงานนี้เช่นคิดไว้แล้ว 100,000 บาท
  • มีระยะเวลาเท่าไร เช่น 3 เดือน เดือนแรกคุยและวางหน้าตา เดือนสองคุยว่าเว็บจะมีอะไรบ้าง
  • ขอบเขตของงานคืออะไร เช่น ขายของได้แบบโอนผ่านธนาคารตัดผ่าน paypal อาจจะคุยเป็นเฟสใหญ่ที่สองทำนองนี้

เพื่อเราสามารถประกาศออกไปในสื่อได้เลยว่า คนมารับงานไม่ต้องถามเยอะ และเสนอราคาได้ใกล้เคียงที่สุดและจะทำงานร่วมกันได้อย่างง่ายทั้งสองฝ่าย โดยในส่วนของฝั่งคนทำเว็บ ก็ต้องมีวิธีเขียนว่าจะทำสัญญาอย่างไร มีเงื่อนไขการ support แบบไหน เวลาเขียนก็ควรจะรัดกุมระดับหนึ่งยกตัวอย่างเช่น

  • support 3/6/9/12 เดือนว่ากันไป
  • การเงินต้องจ่ายแบบไหน กี่เฟส แต่ละเฟสจะต้องจ่ายเท่าไร กี่เปอร์เซ็นต์
  • การดำเนินการเป็นอย่างไร เดือนแรกจะทำอะไรคุยอะไรบ้าง ปรับเปลี่ยนอะไรได้ แจ้งให้หมด เพื่อตัวเอง

มีคนแชร์ว่าลูกค้ามีสองแบบ 2 แบบแรกคือลูกค้ารู้ว่าตัวเองต้องการอะไร กับอีกแบบคือไม่มีไอเดียรู้แค่อยากมีเว็บ ถ้าแบบแรกเขาก็จะขายตาม flow ทั่วๆไปแต่แบบที่ไม่รู้อะไรเลยเขาก็จะชาร์จทุกอย่างตั้งแต่จ้างนักเขียน คนถ่ายรูป เป็นต้น

มุมมองคนจ้าง เขาอยากได้ว่าอารมณ์คล้าย rate card ต้องการรู้ว่า ถ้าเว็บแบบนี้ต้องราคาเท่าไรอย่างไร แล้วก็ต้องการคนเป็นแบบดูแลให้คำแนะนำแบบไหนเพื่อให้ผู้ว่าจ้างสามารถไปต่อได้

มีคนฟรีแลนส์แชร์ว่า เวลารับงานถ้าเป็น agency เขาจะรู้ flow ว่าต้องทำอะไรอย่างไร แต่ถ้าหากเป็นลูกค้าไม่มีความรู้เลย เขาจะใช้ Design Thinking คือเข้าไปช่วยคิดช่วยปรึกษานั่นเอง ( เหมือนเจ้าของบล็อกทำ ) และหลังจากเขาจ้างแล้วก็ทำ MA แบบดูแลลูกค้าไปด้วยเลย

มีคนแชร์ว่าเขาจะรับช่วงต่อ โดยปัญหาที่เจอคือต้องทำ proposal และเขาทำแบบ show case ไปให้ทางลูกค้าดูเพราะว่าเขาไม่มี credit อืมอันนี้ก็น่าสนใจใช้คนอื่นหรือ show ผลงานไปให้ลูกค้าดู

มีคนแชร์อีกเรื่องเวลาทำเว็บ สองภาษา ภาษาที่สองนั้นอาจจะบอกว่าทำหลังจากปล่อยเว็บภาษาแรกจากนั้น 1 เดือนจะ support เรื่องภาษาที่สองนะ แต่ถ้าไม่ส่งมาหลังจากนั้นจะชาร์จอะไรทำนองนี้

มีคนขายลูกค้า SME โดยแบ่งเป็น package อาจจะแบ่งเป็น 5 packages ทำนองนี้โดยเริ่มแรกอาจจะเป็น baby pack และลูกค้าจะเข้าใจว่าซื้ออะไรที่เหมาะกับตัวเอง และทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ถ้าเกินจาก package ที่เราทำก็จะเป็นแบบ customize package และเพิ่มค่าส่วนเพิ่มเติมไปอันนี้ดี และจะมี process ว่าส่วนนี้ทำหน้าแรกกี่วัน ส่วนนี้ลูกค้าต้องเตรียม โดยไม่เกินกี่วัน โดยอาจจะมีการบอกไว้ว่าถ้าไม่ส่งเราจะหยุด project ของคุณบอกไว้เลยง่ากี่วันว่าไป

wordpress meet up
wordpress meet up

Project management tools

หัวข้อนี้ว่ากันเรื่องเครื่องมือในการทำงานร่วมกันระหว่างคนจ้างกับคนทำเว็บ

  • git lab, git flow, bit bucket
  • slack
  • docker
  • microsoft project เขาแชร์ว่าลูกค้าใช้ excel – -‘
  • ใช้กระดานคุยกันแปะ post it น่าแปลกมากคือเกือบทุกคนบอกว่าวิธีนี้ดีสุด และใช้บ่อยสุด
  • มีคนแชร์ว่าถ้าทีมเล็กก็ทำเร็วๆ อย่าเสียเวลากับ tool เยอะ
  • มีแชร์ git command line ควรจะเรียนอย่าใช้ gui บ่อยนัก ( อันนี้เห็นด้วย )
  • trello
  • google tools ต่างๆ ( doc, speadsheet )

มีคนแชร์ tools ที่ต้องคุยกับลูกค้าเขาใช้ google sheet เพราะว่าลูกค้ามี line มี facebook , google อยู่แล้วพวกนี้จะสะดวกกับลูกค้า

Communication tool

ถ้าลูกค้าในประเทศไทย line คือสิ่งที่เขาใช้เยอะสุด มีคนแชร์ telegram เพราะว่าข้อมูลทุกอย่างไม่ถูกลบและฟรีด้วย มีคนแชร์ว่าใช้ email เนี้ยแหละจะได้กันเวลางานกับเวลาส่วนตัว และเขาเคยได้ใช้เป็นหลักฐานการฟ้องกันด้วยอันนี้เห็นด้วย

มีคนแชร์ว่าไปคุยกันตรงๆเนี้ยแหละ แต่บอกว่าโทรศัพท์เนี้ยน่ากลัวสุด ถ้าให้ไปพินาศแน่ๆ มีคนแชร์ anydesk ใช้แทน teamviwer อาจจะไม่ดีเท่าแต่ใช้ได้อยู่ เรื่อง line คนใช้ function ปักมุดทุกๆ 3 เดือนจะมาทำ hardcopy ไว้ด้วย และสามารถลื้อข้อมูลกลับมาใช้ด้วย

มีคนแชร์ว่าใช้ skype เวลาทำงานกับต่างชาติ มีอีกคนแชร์ใช้ facebook group อันนี้ดีแต่ว่าข้อเสียคือคนอื่นอาจจะมองว่าเมิงไม่ทำงานหรอ !!! แต่ว่ามันดีตรงที่ลูกค้าใช้ได้แน่ๆและของไม่หายและหลังจากนั้นสามารถอัด vdo สอนได้ด้วย

มีคนเสนอ tool ของเกมก็ใช้ได้ด้วยเพราะเขาไปพบจากเกม minecraft เช่น teamspeak, discord เป็นต้น

MA สำคัญไฉน ?

หัวข้อนี้มาพูดเรื่องที่ว่าเขียน ma ยังไงกันบ้าง

  • บางคน MA ตามจำนวนตามค่าจ้างเช่น ไม่เกิน 50k จะดู 3 เดือนมากกว่านั้นก็ ว่ากันไป
  • เคยมีแบบ suport ไม่คิดเงินจนลูกค้าต้องให้เงินมาเลย ( กราบลูกค้า 3 times )
  • บางคนชาร์จ 10% ของค่าทำ
  • แบบเว็บเล็กคิดเป็น Hour โดยต่อเดือนอาจจะทำนิดๆหน่อยๆ
  • แบบเว็บใหญ่ก็ 1 ปี หรือทำเป็น package
  • การ support เช่นมีการเปลี่ยน admin ตรงนี้เราจะเสียเวลามากๆ ก็มีคนเสนอให้อัด vdo ทำเก็บไว้
  • มีคนบอกว่าไม่ใช้ page builder เพราะว่าพอมันพินาศเอาอะไรกลับมาไม่ได้เลย
  • มีคนเสนอว่าลูกค้าไม่ทราบว่า report ที่เรา update version นู้นนี่ให้มันมีราคาขนาดไหน แล้วพอหมด ma ก็ไปกด update แม่งให้หมดเลย ความพินาศมาเยือนทันทีทั้งลูกค้าและคนทำเพราะว่า ต้องมาแก้ไขและลูกค้าก็ต้องจ่ายแพงเพราะไปคลิกแค่ ปุ่มเดียว
  • มี ma 2 แบบแบบลูกค้าทำอะไรเองพอได้ ก็อาจจะ support 1 ปีช่วยๆกันหลังจากนั้นก็คุยกัน แต่ถ้าคนไม่รู้อะไรเลยก็อาจะคิดเลย 10% เหมือนข้างบน
  • สำคัญมีคนพูดถึง all in one migration อันนี้ plugin เทพ install เลยรอไร สามารถ backup เว็บคุณได้ทุกที่ทุกเวลา set up รอบการ backup ด้วย

อย่าลืม !!

share ออกไปให้คนรอบตัวคุณได้อ่านนะครับ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์เพียงคุณเข้ามาอ่านก็เป็นกำลังใจให้เจ้าของบล็อกมากแล้วครับ แล้วเจอกันกับงานหน้านะครับ ขอบคุณครับ

wordpress meet up
wordpress meet up