[Event] สรุปงาน WebPresso – Web Trend 2016

WebPresso_Poster

ผมได้ไปงานนี้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมากับงาน WebPresso – Web Trend 2016 โดยบทความนี้จะสรุปเรื่องที่ได้ฟังมา อาจจะไม่ครบนะครับแต่ก็สรุปเผื่อคนที่ไม่ได้ไปร่วมงานจะพลาดโอกาสดีๆ อย่างนี้ครับ ไปดูกันว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

รายละเอียดงาน

หัวข้อในงาน

  • Adblock is coming : การมาของ Adblock และวิธีการรับมือของคนทำเว็บ
  • Google SEO Trends 2016 : เทรนด์และเทคนิกปรับแต่งหน้าเว็บให้ติด Google ในปี 2016
  • Content Marketing : เขียน Content ยังไงให้จี๊ดใจผู้บริโภคปี 2016
  • Facebook Instant Articles : คืออะไร?และสำคัญต่อคนทำเว็บอย่างไร
  • Mobile First : พูดมาทุกปี แต่นาทีนี้ต้องจริงจัง!
  • Web design trend 2016 : ออกแบบยังไงให้ทันกระแส 2016

แต่เวลาเล่าในบทความผมจะเข้าไปตามเรื่องที่เขาพูดเรื่อยๆนะครับ อาจจะไม่ได้เรียงเพราะในงานคือก็โยงๆกันไปเรื่อยๆไม่ได้แบบขนาดไปเป็นหัวข้อเป๊ะๆครับ

ผู้ร่วมเสวนา

1. คุณปกรณ์ สันติสุนทรกุล / ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Dek-D

2. คุณยอด ชินสุภัคกุล / CEO Wongnai

3. คุณศุภเดช สุทธิพงศ์คณาสัย / พิธีกรรายการล้ำหน้าโชว์ , เจ้าของเว็บไซต์ Freeware.in.th

4. คุณศิวัตร เชาวรียวงษ์ / กรรมการผู้จัดการ บริษัท MInteraction / Advertising agency

 

ดำเนินรายการโดย

1. คุณกล้า ตั้งสุวรรณ / ผู้ร่วมก่อตั้ง Thoth Zocial

วันเวลาและสถานที่

วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 59 เวลา 13.00 – 17.00 (เริ่มลงทะเบียน 12.00)

ณ อาคาร CP TOWER (สีลม) ชั้น 11 ห้อง 1111A (แนะนำให้มารถไฟฟ้า BTS หรือ MRT)

เริ่มเสวนา !!

IMG_3965

มาถึงพี่กล้าคุยเรื่อง content ก่อนว่าปีนี้เป็นไง พี่ปอนบอกปีนี้มันปีการ copy content โดยเราๆท่านๆก็จะเห็นกัน มีแต่ content ซ้ำๆ ถ้าใครกำลังทำแบบนี้อยู่มันคงอยู่ยาก ต้องมี content ที่เป็นข้อมูลรู้จริง พี่โก๋ ( อ.ศุภเดช) เสริมว่าควรจะให้รายละเอียดเชิงลึกเลย เราชอบเรื่องอะไรก็เขียนเรื่องนั้นให้ละเอียดเลย เช่น เราชอบเสือหมอบต้องทำ content ระดับว่า รู้ว่าโครงระดับ 300,000 บาทเป็นไง ทำไมมันถึงแพง หรือการปั่นจักรยาน 2,000 กิโลเมตรเป็นไง

พี่ยอดบอกว่า การทำ content แบบผิวๆนั้นคนทำจนเต็มไปหมด ต้องมีทีมแต่เพราะการทำเชิงลึกมันทำยาก จึงทำให้มีคนพร้อมจะเสพอยู่แล้ว พี่กล้า ( พิธีกร ) ถามต่อเลยว่า เมื่อมันทำยากและมีคนมา copy content เราล่ะ ? หลายๆคนน่าจะเคยเจอนะครับ เขียนแทบตายสุดท้ายมา ctrl + c แล้ว ctrl + v จบ ?

คำตอบคือ การกระทำอย่างนี้เว็บนั้นจะไม่ได้ Loyalty ( ความภักดี ) และความเป็น Community ( เป็นชุมชน ) จะได้แค่ Pageview ( จำนวนคนเข้ามาดูเว็บ ) แค่นั้นและคนที่เขียนอย่าลืมว่า เราไม่ได้รับเงินจาก Pageview อยู่แล้วมันจะได้จากการเขียนบทความนั้นๆ เพราะฉะนั้นการเป็น original content มันก็ยังอยู่ได้อยู่ โดย  เรารับแบบ Advertorial ซึ่งการเขียนของเราจะอยู่ในบทความอยู่แล้ว ต่อให้เขา copy ไปก็จะมีความเป็นเราอยู่ใน บทความ เช่น คุณอาจจะเขียนตัวตนหรือชื่อแอดมิน คำลงท้ายให้มีความเป็นตัวตนของคุณใน content มี Link เว็บตัวเองไว้ พวกเนี้ยแหละครับ

พี่ยอดเสริมว่าเราไม่สามารถหยุดพวกนี้ได้หรอก เราก็พยายามทำ content ที่ดีๆออกมาเรื่อยๆ เพราะปัจจัยอะไรที่เราควบคุม ไม่ได้ก็อย่าไปสนใจมัน เพราะ content ดีๆมันอยู่ได้นานกว่า เช่น อย่างของวงในนั้นก็มีบทความว่า 8 เรื่องต้องรู้ กิน “ซูชิ” ให้เป็น  ก็อยู่นานมา 3 ปีแล้วอย่างนี้ เราอย่าหยุดเขียนเพียงเพราะโดนพวกนี้มาทำให้เราหยุดทำครับ

ปัจจัยอะไรที่เราควบคุม ไม่ได้ก็อย่าไปสนใจมัน

พี่กล้าถามต่อว่า ปีก่อนอย่างพวก click bait ก็มา ทำพวกนี้เป็นไงบ้างถ้าจะทำตามหรือมีข้อแนะนำอะไร ทำแล้วดีหรือไม่ดีอย่างไร ?

คำตอบเป็นแนวคล้ายๆกับการ copy content คือ อย่าทำเพราะไม่ได้ Loyalty ได้แต่ Pageview มันระยะสั้น ซึ่งค่าโฆษณาที่พวกเว็บพวกนี้ได้นั้นมันน้อยมากถ้าเปรียบเทียบกับเรารับค่าจ้างแบบเขียนบทความ ฟังแล้วอาจจะงงคือ สมมติว่า พวกเว็บ click bait ล่อเราด้วยพวกหัวข้อน่าคลิก เมื่อเราเข้า เว็บพวกนี้เขาจะได้ค่าโฆษณาซึ่งน้อยมากหรืออาจจะพออยู่ได้ระดับนิดๆ จากพวก ads network แต่ถ้าเทียบว่าคุณทำเว็บดีๆเขียนบทความเอง แบรนด์มาจ้างบทความละ 5,000 บาทมันอาจจะคุ้มค่ากว่าและระยะยาวอยู่ได้ดีกว่าครับ

เพราะเว็บพวกนี้แบรนด์ต่างๆจะไม่กล้าลงโฆษณาครับ มันเสียภาพลักษณ์ เพราะฉะนั้นคุณไม่ควรจะทำ หรือถ้าจะทำคือต้องมีศิลป์ในการคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่บอกหมดใน title แล้วอย่างนี้ก็ยากคนก็อ่านแล้วไม่อ่านต่อในเว็บอีกนั่นแหละครับ พอคุยมาถึงตรงนี้จึงเป็นคำถามต่อว่า ถ้าหากเราจะเขียน content แบบไหน ให้ได้ traffic หรือคนเข้ามาอ่านเยอะๆ

พี่ยอดบอกว่าเทคนิคพวกแนะนำเป็นหัวข้อยังคงได้ผลเช่น “10 ร้านอาหารญี่ปุ่น … ” อะไรทำนองนี้เพราะเขายังคงต้องเข้าเว็บไปอ่านที่เหลือ พี่ปอนเสริมว่าอย่าไปจบที่ title บางทีคนไม่อ่านที่เหลือแล้วยัง comment ในโพสนั้นด้วยจบเลย ไม่ได้อะไร แล้วต้องระวังพวก copy บทความมาวางใน comment อีกก็ดี พี่ยอดบอกต่อว่าถ้าเรื่องอาหารคำว่า “ทะลัก , โครตคุ้มค่า” เนี้ยค่อนข้างได้ผลอยู่เหมือนกัน พี่โก๋เสริมว่าถ้าทำรีวิว ก็เขียนไปเลยว่ารีวิวเกี่ยวกับอะไร คนอ่านจะเข้าใจว่ามันต้องยาวและจัดเต็ม หรือหากคุณนึกไม่ออกลองไปเปิดพวกกระทู้ Pantip ก็มีคนตั้งหัวข้อกระทู้เก่งๆเยอะอันนี้ผมว่าจริง พวกแนวท่องเที่ยวคุณน่าจะเคยเห็นใน Feed Facebook เหมือนกัน

พี่ยอดบอกต่อว่า title ว่า “แจกสูตร …. ” ก็ได้ผลดี อย่างพวกรีวิวควรจะค่อยๆเล่าและมีลงรายละเอียดว่า อะไร ยังไง เหมาะกับใคร จับจุดเด่นของ content ว่าสิ่งนี้เหมาะกับใคร คิดถึงคนอ่านและเขาจะไปบอกต่อๆกันเอง

คำว่านึกถึงคนอ่านคือ เราต้องรู้ว่าใครเป็นกลุ่มเป้าหมายของ content เราอายุประมาณเท่าไร การใช้คำคุยกับผู้อ่านก็จะเป็นคนละแบบ เช่น Dek-D นั้นก็เป็นวัยรุ่นคำก็จะไม่ได้สุภาพเวอร์ หรือการเขียน content สำหรับครอบครัวคนเป็นพ่อแม่อ่านเนี้ยก็ต้องเขียนอีกแบบ อีกอารมณ์

พี่กล้าถามต่อว่ามีรูปแบบไหม ร้านอาหาร รีวิวแบบไหนถึงจะดี ?

ความคุ้มค่า รูปโครตสำคัญ พวกรูปแนว ไข่เยิ้มๆ หรือจุดไฟ คนจะสนใจเยอะ จะเห็นว่า Blogger เดี๋ยวนี้จะไปลงทุนเรื่องกล้อง การถ่ายภาพบางครั้งทำให้รู้สึกน่าเชื่อถือได้ แทบจะเรียกว่า ขายของเหมือนกัน ถ่ายภาพสวยอันเนี้ย อารมณ์ต่างกันเลย content หยาบหรือแรง เดี๋ยวนี้ก็มีได้ผลด้วย แต่การทำงานแบบทีมหรือรูปลักษณ์ของเพจ ทำให้คนอื่นอาจจะทำงานลำบาก เพราะถ้าเขียนหลายคนทำให้คนอื่นเขียนได้ยาก ต้องดูจริตของเรา ว่าคนอ่านจะคิดยังไง บางเพจอ่านแล้วรู้สึกว่ามันหน้าเงิน แล้วจะทำไงให้รู้ ก็ต้องเทสครับ ลองเขียนแล้วเช็ค update จาก comment ดูว่าแย่ไหม ดีไหม แบบไหนคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเราชอบ

Google SEO Trends 2016

IMG_3966

บางคนอ่านแล้ว งง ไหนเรื่อง adblocking คือ อย่างนี้ครับอย่างที่ผมเกริ่นไปแล้วว่าหัวข้อที่พูดอ่ะครบแต่มันไม่ได้เรียงขนาดนั้นครับ เข้าเรื่องไหนก็จะพูดอีกเรื่องที่สัมพันธ์ต่อเลย บอกเลยว่ามีแน่นอนครับไม่ต้องกลัว ตรงมาบอกเขียนบอกไว้ก่อนครับ

Result ของการทำเว็บคือ Traffic คราวนี้ไปต่อเรื่องการว่า คน search ไม่เจอเรา ทำยังไง ?

. ศุภเดช ผมเลิกทำไปแล้ว เพราะเราอย่าไปแคร์อะไรกับปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ มีอะไรจ่ายก็จ่ายไป พี่ยอด seo ของ wongnai ทำแบบ long term keyword คือไม่ต้องแข่งคำที่สู้ แต่หาพวกแนวชื่อร้าน ที่คนค้นแทนจะไปสู้เป็นคำๆ อย่าง freeware ชื่อ product , content ก็จะเจออยู่ดี ถ้า content ดีจริงคนจะอ่านเอง

ของ dek-d แคร์ seo ขนาดไหน ? ไม่ค่อยแคร์ ไม่ขนาดต้อง strict ต้องใส่คำค้นกี่คำ แต่ถ้าลองคำที่ทั่วไป เช่นรับตรงถ้าติดก็โอเคแล้วแต่ไม่ควรแข่งในสนามที่เราเสียเปรียบ เช่น ไม่สู้ใน google แต่ไปสู้ใน facebook หรือ จ่ายเงินก็ได้ก็ได้ผลดีเหมือนกัน พี่ป้อม seo สำหรับการโฆษณาและการตลาด search marketing ความต้องการของเราคือ พาคนที่กำลังหาสิ่งบางอย่างมาที่ content ของเรา ปีนี้นักการตลาดเริ่มกลับมาใช้พวก seo อีกครั้งแต่ ณ ตอนนี้ การจ่ายด้าน SCM ( ใครไม่เข้าใจเรื่องนี้แนะนำอ่านที่นี่ครับ http://www.growthbee.com/what-is-content-marketing/ )  กับ SEO ยังไม่ได้คุ้มค่าเสมอไป

ณ ตอนนี้ VDO Marketing สำหรับคนไทยกำลังมา Facbook vdo ตอนนี้มาแรงกว่า Youtube ด้วยความที่โหลดเร็วและตัว FB เองก็บีบไฟล์ให้มีขนาดเล็กลง VDO กำลังมาน่าเล่น VDO สั้นๆที่มี Effective เช่น vdo tasty ทำอาหารภายในไม่กี่วินาที อย่างนี้เวิร์คมากๆ

Valentine's Day Chocolate BoxesFULL RECIPE: http://bzfd.it/1Q7TdRR

Posted by Tasty on Wednesday, February 10, 2016

แต่ต้องระวังสำหรับว่า content ของเรานั้นเหมาะกับใคร อย่าง dek-d พวกรีวิวแบบคณะ อย่างนี้ก็ทำสั้นไม่ได้ การทำให้เว็บเราหมาะกับ Guide line ของ google นั้นสำคัญมาก ต้องรู้ว่าควรจะให้อะไรกับ google มาเก็บทำให้ตรงกับมันที่สุดดูจาก webmaster tools ก็ได้

webmaster tools คือ ชุดเครื่องมือที่ทำให้ google รู้จัก website เราและจะบอกว่า เว็บเราต้องปรับแต่งตรงไหนอีก คล้ายๆกับเอาเว็บเราไปลงทะเบียนหนังสือหน้าเหลือง ประมาณนั้น ใครอยากลองเชิญทางนี้ //www.google.com/webmasters/tools/home?hl=en

mobile friendly google จะให้คะแนนการติด search ให้ดีกว่าคนอื่นที่ไ่มีการรองรับ responsive ( ใครไม่รู้คืออะไรอ่านที่นี่ http://www.designil.com/what-is-responsive-web-design-1.html )

wongnai 8o% มาจาก mobile พี่ป้อมเสริมว่า โฆษณาที่ไปปรากฎตาม screen มือถือเยอะประมาณนั้น หาก web dev ต้องการเปลี่ยนให้ responsive แต่เจ้านายไม่เห็นด้วยต้องใช้นิ้วซูมเข้าซูมออกให้ ลองหาเว็บคู่แข่งที่ทำ responsive อธิบายได้ครับ

เดี่ยวนี้ข้อมูลที่ถามลูกค้า แบบ เร็วๆถี่ๆจะดีกว่าทำถามเยอะเยะ cycle มันเร็ว และ mobile internet ตอนนี้น่าจะเกิน 50% ในไทย นอกจากจะใส่ใจเรื่องคนดูแล้วต้องใส่ใจเรื่องของทำ content ด้วย อย่าง wongnai รูปที่เข้ามาต้องเป็นแนวตั้งนะ ถ้าเป็นแนวนอนก็จบ บางครั้งก็ต้องคุยกับคนทำเว็บว่าให้อัพรูปมาแล้วจะตัดรูปแบบไหน พี่ป้อมเสริมว่า ต้องคิดถึง font, เนื้อหา, การวาง dropdown ต่างๆด้วย

ต้องใส่ใจเรื่อง spec มือถือด้วยไม่ใช่เทสกับ iphone เพราะคนส่วนใหญ่อาจจะ spec ต่ำกว่า ยิ่งนานวันไปคนจะใช้ mobile ขึ้นเรื่อยๆ เพราะการสนับสนุนจากทุกฝ่าย ตั้งแต่ operator , google ด้วย

ฝากอะไรก่อน break มือถือสำคัญอย่างไร ?

พี่ยอด เรื่องเครื่องเทส อาจจะไม่ต้องซื้อก็ได้เพราะว่าพวก chrome หรือ firefox ก็มีเครื่องมือสำหรับการดูเว็บแบบหน้าจอแบบอื่นๆได้

พี่โก๋ การสร้าง Loyalty กับ content ตัวเองให้ได้

พี่ปอน หลีกเลี่ยง content ไม่ค่อยดี อย่าสาย Dark ในระยะยาวอยู่ไม่ได้ พวก click bait อย่าทำ อย่าส่งเสริม อย่ากดเข้าไปดู ฝากดูเรื่อง copy ด้วย รู้ว่าเขา copy ใครมา

พี่ป้อม content จากมุมโฆษณา VDO ที่หวังจะให้คนแชร์ต่อ ต้องบอกว่า VDO เหล่านี้เยอะ อย่างวันแม่ที่ผ่านมา มี 26 เรื่อง คิดดูคนจำได้แค่ 2 จาก 26 นี่คือความยากในสาย VDO ถ้าจะทำ content ด้านนี้ไม่ใช่ว่าทำแล้วจะได้เลย หลังๆตัว สินค้าต้องหาให้เจอว่านอกเหนือจากด้านมิติหน้าอารมณ์แล้ว ให้ประโยชน์อะไรกับ cusumer เช่น ตรุษจีน lotus ที่ให้ประโยชน์ต่อลูกค้า ประสบความสำเร็จมากกว่าทุกๆอันที่มีแต่เปลือกๆ

สรุปก่อน break

การทำเว็บที่ดีนั้น เนื้อหาดีๆ content ดีๆ สามารถทำให้เกิดผลประโยชน์ทางธุรกิจได้จริง และระยะยาว พวกสายมืดนั้นมันฉาบฉวย

—– Break 15 นาที —–

Ads Blocking is coming

IMG_3967

การลง Ads blocking เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่เรื่องนี้ทำให้คนอื่นเรื่องปรับตัว พอคุณปิดโฆษณาหมด การปรับตัวของคนสร้างก็จะกลายเป็น content ที่ฟรีนั้นจะกลายเป็นการจ่ายเงิน พี่ป้อมเสริมว่า ต่อให้การถูกปิดโฆษณานั้นมีอยู่แต่ก็มีคนที่ยังเข้าไม่ถึง internet หรือเพิ่งเข้าถึงอีกมากมาย ซึ่งโตเหมือนกัน

พี่ยอดเสริมว่า ต่อให้ไม่ได้ block คนดูก็ยังมีการจดจำตำแหน่งโฆษณาอยู่ดีคนไม่กด ของ freeware ก็เหมือนกันลดไป 10 เท่า พี่ป้อมเสริมว่า จริงๆเงินโฆษณาไหลเข้าไป Facebook , Google หมดเกินครึ่งเงินโฆษณาของทั้งหมดก็ลงสองตัวนี้หมด

นี่เป็นโจทย์ที่ผู้ประกอบการเว็บไทยและทุกประเทศเพราะ cusumer เอาเวลาไปอยู่กับ Facebook , Google หมด

ทาง Dek-D ก็รับมือโดยการจัด Event , หรือหนังสือที่ขายกลุ่มนักเรียนศึกษา ล่าสุดทำแอฟนิยาย ที่คนเขียนขายนิยายเอง อารมณ์ก็คือ ต้องสร้างโอกาสจากสิ่งที่ตัวเองมี อย่าง community โดยแบนเนอร์ขายไม่ค่อยได้แต่อยากได้ adsvertorial มากกว่า

การทำเว็บที่เป็นให้ข้อมูลนั้นเป็นขาลง อาจจะต้องเป็น Plateform สำหรับช่วยเหลืออะไรบางอย่าง

พี่ป้อมบอกว่า เทคโนโลยีโฆษณามันเปิดให้คนสามารถเข้าถึงคนที่ตัวเองอยากขาย หรือเข้าถึงกลุ่มคนที่เป็นเป้าหมายของเรา สมมติว่า ทำเว็บจักรยานขายคน คนที่ดูเว็บเรานั้นอาจจะอยู่กลุ่มเป้าหมายอื่น ซึ่งเว็บเราอาจจะอยู่ได้ เพราะอาจจะมีกลุ่มขายรถ เขาซึ่ง ads network มาลงกับเว็บเราได้ทำนองนี้อ่ะครับ เว็บการให้ข้อมูลก็ยังพออยู่ได้อยู่

Facebook Instant Article

ปกติเราเขียน blog นั้นก็จะเอาไปแปะใน Facebook ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาเช่น เว็บช้า เว็บโหลดภาพไม่ขึ้น ซึ่ง Facebook ก็ให้เขียน article กับเขา ซึ่งถ้าหากคนเขียนใน Facebook เยอะๆซักวันเขาก็จะเปิด section ขายโฆษณาทางนี้อีก

พี่โก๋เล่าว่าเขา upload สองที่จาก youtube , Facebook link ของ youtube นั้นถูกทำให้เห็นน้อยมาก 5 like แต่ Facebook VDO ได้ยอด Rearch 8,000 Line เป็นอีก social ที่น่าสนใจสำหรับคนไทย จากข้อมูลคนเปิด Line ตอนตื่นก่อน Facebook

Web Design

พี่ยอดยังคง flat อยู่โดย influent ยังคงได้รับอิทธิพลจาก google , apple จาก Design ด้าน APP ทั้งสองตัวนั้นจะบอกให้ทำตาม Guide line ถ้าไม่ทำตามเขาก็ไม่เอาขึ้น Feature list เวลาเลือกใน app store

พี่โก๋ การ Design ระบบหลังบ้านด้วย ถ้าวันหนึ่งเจอคนทะลักเข้ามาจะทำยังไง โดยกด F5 รัวๆเว็บล่มอย่างนี้ไม่ได้ ต้องระวังเรื่อง FTP เถื่อน เพราะการ upload file จะแฝงพวก script สำหรับให้พวก Hacker เอาคอมเราไปใช้ ก็หันมาใช้พวก software แท้กัน แนะนำใช้ https://www.cloudflare.com/ สำหรับกันด้านการโหลดเว็บครับลองดู

พี่ปอน อาจจะไม่ได้เห็นความต่างมาก ให้คำนึงถึงอุปกรณ์ที่ใช้ เช่น ณ วันนี้ยังมีคนใช้ i5 เยอะอยู่ แต่ปีถัดไปอาจจะย้ายไป i6 , i7 มากขึ้น การมาของ Internet ที่เร็วขึ้น มีอยู่ 2 ประเด็นใหญ่ๆคือ

  1. function การใช้งาน UX เช่น การทำให้รองรับ mobile เช่นการตัดเงิน ต้องกรอกอะไรเยอะเยะจะทำยังไง ให้กรอกง่าย
  2. style ความสวยงาม ณ ตอนนี้คนที่เป็นผู้นำยังคงเป็นสองเจ้าใหญ่คือ google , apple, facebook ดูเป็น guide line แต่ก็อย่าลืมว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นไง

มีการทำผิดๆจากกลุ่มหลายกลุ่มเช่น ซื้อตั๋วเครื่องบิน อย่างนี้จะกดไม่เอายังลำบาก หรือ จ่ายภาษี ต้องกด cancel เพื่อให้ไปต่อได้

มีคำถามให้พูดถึง https ด้วย

พี่โก๋แชร์ว่าเราจะแน่ใจว่าธนาคารที่เราเข้าไปจะเป็นธนาคารจริงๆสิ่งที่จะยืนยันนั้นคือใบยืนยันว่านี่คือเว็บธนาคารจริงๆและการส่งค่าจากเราไปยังเว็บไซร์ปลายทางนั้นข้อมูลต่างๆจะถูกเข้ารหัส

แต่การเปลี่ยนจาก http ไป https นั้นทุกอย่างในเว็บอาจจะต้องปรับใหม่หมด ทั้ง link รูปภาพ และ like post ทุกอย่างจะเปลี่ยนหมด และควรเริ่มต้นตั้งแต่ day 1 ครับ แต่ ณ ตอนนี้ใครอยู่มานานก็แก้ไขซะ เพราะยังไงโลกก็ต้องไปทางนั้นอยู่ดี เพราะ google จะให้ความสำคัญกับ https มากกว่า

ฝากตอนท้าย

พี่โก๋ https

พี่ยอด เมื่อโลกมาทาง mobile แล้ว 80% ก็เอาความทุ่มเทของเราไปอยู่กับ mobile จะได้ทุ่มเทได้ถูกที่

พี่ปอน ดูเรื่องความจำเป็นของ Design เช่น Infinite scroll มันเหมาะกับเราไหม ? Full background ใหญ่ๆ มันจำเป็นไหม ? ดูตามเหตุผล ควรจะให้ content จบในหนึ่งหน้า ไม่ว่าจะมี comment รูปหรืออื่นๆให้จบในหนึ่งหน้า

เวลาออกแบบก็คิดก่อน sketch ก่อนว่าอะไรเป็นอะไรของหน้าแล้วค่อยลงมือทำ

พี่ป้อม งานโฆษณาต้องให้ความสำคัญกับ mobile ให้สมกับที่คนมาใช้เยอะ การเลือกใช้ content ที่เป็น vdo แทนที่จะให้อ่านอะไรยาวๆ อาจจะสรุปมาให้เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า ทำให้ประสบการณ์การใช้งานดีคนไทยเสพ vdo เยอะมาก กลุ่มแม่บ้าน หรือคุณแม่ ของพวกเรานั้นก็เริ่มมาใช้งานด้านนี้

มีคนถามว่าเรื่อง freeprmium จะมาเมื่อไหร่ ? หรือมีแนวโน้มหรือยัง ?

ถ้าเป็น content เฉพาะควรเริ่ม แต่ถ้าถามระดับ mass ให้คนจ่ายเงินกันเป็นว่าเล่นแล้วหรือจ่ายเหมือนเป็นเรื่องประจำตัวแล้วถึงตอนนั้นเราเคลื่อนตัวได้

ความแตกต่างระหว่าง SCM และ SEO ?

SEM คือ การจ่ายเงินให้ google ads word นั่นเอง เหมือนการจ่ายเงินแข่งกันนั่นแหละ ส่วนของ seo นั้นคือการทำฟรีให้อยู่ยาวๆให้คนค้นหาเจอเราแบบธรรมดาปกติ

Email marketing ยังได้ผลไหมในไทย ?

ภาพใหญ่ในไทย คนอ่านหนังสือน้อยกว่าเมืองนอก แต่คนที่อ่านอีเมล์ยังมีไหม ก็ยังมีอยู่และมีประโยชน์มากๆ ถ้าลูกค้าเป็นแบบ B to B จะอ่านอีเมล์ การขาย up sale หรือ cross sale ก็ยังได้ผลอยู่

พี่ยอดบอกว่า แต่เครื่องมือในการส่งมันมีการลงทุนแพงกว่าทาง social

สำหรับคนอยากดูบรรยากาศงานนะครับ

ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่ไม่ได้ไปงานกันนะครับ ติดตามข่าวสารดีๆอย่างนี้ได้ทางเพจและเว็บไซต์นี้ได้เรื่อยๆนะครับ