[ งาน Event ] Joomla day Bangkok ครั้งที่ 6 ตอนจบ

กลับมาต่อกันเลยครับสำหรับงาน Joomla day bangkok ครั้งที่ 6 ใครกดมาดูแล้วยังไม่ได้ของตอนแรก เชิญเลยนะฮ๊าฟฟฟ [ งาน Event ] Joomla day Bangkok ครั้งที่ 6 ตอนแรก คราวนี้เรามาต่อกันว่ามีอะไรให้น่าติดตามอีก

Social Plugin [TH]  by Apisilp T. | Pantip

พี่บอยจาก Pantip.com นั่นเองมาพูดเกี่ยวกับเรื่องการปรับปรุงพวกปุ่ม social share ต่างๆโดยเฉพาะ Facebook ที่เพิ่งมีการปรับปรุงใหม่ล่าสุดแล้วนั่นหมายถึงพวกเราที่ทำเกี่ยวกับ website ควรจะใส่ใจกับมันครับ

 

boy-macroart-social-plugin-optimization
boy-macroart-social-plugin-optimization

สิ่งที่เราควรคำนึงถึงคือ เมื่อเวลา user เข้ามาอ่าน website ของเราแล้วอยากแชร์จะต้องมีการรองรับให้ทันที แบบมีปุ่มแชร์ที่อยู่ใกล้มือ แต่ก่อน pantip ไม่ได้เอาปุ่มแชร์ติดไว้ด้านล่างเหมือนปัจจุบัน พอเปลี่ยนมาอยู่ด้านล่างแล้วทำให้สะดวกยิ่งขึ้น

เพราะการมี User วิ่งมาจากพวก social นั้นเป็นการแห่กันมาอย่างมหาศาลหากหัวข้อน่าสนใจจริงๆ เอาล่ะเราจะพักเรื่อง pantip กันแล้วไปดูว่าไอ้ปุ่ม like มันจะช่วยให้ website ดีขึ้นได้อย่างไร

พี่บอยเล่าว่า ในสมัยก่อนนั้นเขาเคยหาที่พักว่าจะไปเที่ยวซักที่หนึ่งผมจำไม่ได้แต่ก็ไปเจอ website หนึ่งเป็นเกี่ยวกับที่พักที่พี่เขาจะไป โดยการ design และเนื้อหาก็เฉยๆไม่ได้โดดเด่น แต่สิ่งสำคัญคือ มีปุ่ม like ที่แสดงหน้าคนที่เรารู้จักหากเขากด like ซึ่งมีหลายคนที่เป็นเพื่อนของเรา ซึ่งมันเพิ่มความน่าเชื่อถือได้มาก คิดดูเราจะเห็นเพื่อนๆของเราหลายคนไป หรือ Link เข้าหน้าเพจมีการตอบคำถามต่างๆ ยิ่งทำให้ลูกค้าอยากไปใช้บริการครับ

like show face
like show face

กลับมาต่อเรื่องที่ว่าเนื่องจาก Facebook ได้ปรับปรุงปุ่ม share ใหม่ทำให้ดีอย่างไร ? มันทำให้เห็นชัดกว่าเดิมครับหากคุณได้เห็นใน Feed timeline ของคุณจะพบว่าภาพมันใหญ่และจะบอกด้วยว่าได้แชร์มาจาก web อะไรและสิ่งสำคัญต่อมาคือ สามารถดูข้อมูลได้อีกด้วยว่าแชร์ link ไหนมากสุด url อะไรแชร์ไปเท่าไร ซึ่งแต่ก่อนทำไม่ได้อ่ะครับ

ปุ่ม Google plus ควรติดไว้ด้วยถึงแม้ว่า มันจะไม่ได้รับการเหลียวแลเลยจาก User ( ฮา ) แต่มันมีผลกับ Ranking ใน search นะครับอย่างน้อยหากมีคนที่กดปุ่ม + ให้ก็น่าจะช่วยอะไรได้บ้าง

ยังคงเน้นย้ำกว่าตำแหน่งของปุ่มแชร์นั้นสำคัญต้องไม่สร้างความรำคาญและควรจะอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่ายเผื่อว่าคนอ่านอินกับบทความจะได้แชร์ได้เลยไม่ต้องเลื่อนหาให้เสียอรรถรส

สุดท้ายมี Trick อย่างหนึ่งสำหรับที่พี่บอยทำในบล็อคตัวเองคือให้วางปุ่ม “Like หน้าเพจตัวเอง” กับปุ่ม Share ใกล้ๆกันคนมักจะกดทั้งสองปุ่มจริงๆนะครับเออ ผมยังพลาดเลย 55555 ก็สามารถเรียกคนเข้าเพจได้อีกทางหนึ่งหากใครอยากติดตามเรื่องราวของคนร่วมก่อตั้ง Pantip.com ลองเข้าไปอ่านกันได้ครับกับ macroart.net

EDL Square LMS for Joomla [TH] by Naret T. & Seakson S. | Marvelic Engine

edl-nokkeaw
edl-nokkeaw

อันนี้เป็นตัว Extension สำหรับระบบ Learning Management System ( ต่อไปขอเรียก LMS ) เป็นระบบจัดการเรียนการสอนผ่าน Internet คล้ายๆกับ Moodle หรือ Autoware โดยไอ้ความเจ๋งของเจ้าตัว LMS เนี้ยเขาจะมีการตกลงกันที่จะสามารถ port ค่าส่งกันไปมาได้ สมมติง่ายๆครับ

คุณเป็นคุณครูที่ใช้โปรแกรม moodle แล้ว ครูอีกโรงเรียนใช้ autoware แต่ทั้งคู่มีข้อสอบหรือบทความการเรียนการสอนที่น่าสนใจอยากจะแชร์กันก็สามารถทำได้โดยตัวกลางที่จะส่งกันไปมาระหว่างระบบเรา เรียกมันว่า SCORM ( Sharable Content Object Reference Module ) จะยาวไปไหนฟ่ะ ( ฮา )

จุดเด่นของ eDL Square คือ

  • มีสีสันที่สวยงามน่าใช้ หน้าตาไม่ดูเก่าๆ ดูทันสมัย
  • มี Dashboard สำหรับปรับแต่งเองได้ครูอาจจะปรับอย่างหนึ่ง ของนักเรียนแต่ละคนก็ปรับได้เองบางคนอาจจะชอบดูผลงานก่อน บางคนดูการบ้านก่อนปรับได้หมด
  • ในระบบตอนนี้แบ่งเป็น 4 สถานะของ User คล้ายๆกับพวกแต่ละคนมีสิทธิ์การสร้างการเข้าถึงข้อมูลแตกต่างกันครับ
  • คุณครูจัดการตารางสอนและสามารถรู้ได้ว่า หลักสูตรอันไหนเรียนนานเท่าไร อย่างไร
  • มี Chatroom
  • สามารถเปิดหลักสูตรให้เป็นแบบ Public ก็ได้ให้คนนอกที่สนใจมาลองเรียนซัก 1 – 2 อันได้
  • สร้างใบรับรองได้สำหรับคนจบหลักสูตร
edl-square-dashboard
edl-square-dashboard

อันนี้เป็นจุดเด่นภาครวมซึ่งรายละเอียดเยอะมากผมก็จดไม่ทันเหมือนกัน แต่ก็จะเอาอันที่พอจะจดทันมาแบ่งปันนะครับ

ในระบบหากเป็นผู้เรียนจะทำได้ดังนี้

  • ลงทะเบียนได้ ( อ่ะแน่นอน )
  • มีระบบหลังไมค์ และสามารถตั้งความสำคัญของข้อความได้ เช่น มีข้อความต้องส่งงานเราสามารถตั้งให้มันมีความสำคัญมากกว่าข้อความจากเพื่อนในห้องเรียนได้ครับ
  • สามารถจด Note ได้ในบทเรียนและแยกตามหลักสูตรได้ด้วย
  • Drop course อันนี้หวังว่าหลายๆคนที่เรียนจะไม่ต้องใช้มันนะครับ ( ฮา )
  • My report ( สถานะต่างๆ เรียนไปถึงไหนแล้ว เหลืออีกเท่าไรจะจบ Drop อะไรหรือยัง )

คราวๆก็คงประมาณนี้ครับหากว่าน่าจะสนใจสามารถดูรายละเอียดเพื่อเติมได้ที่นี่เลย

  • ตัวโปรแกรมและคู่มือ http://joomlacode.org/gf/project/learnsquare/frs/
  • หากท่านที่อยากจะร่วมพัฒนาให้คำแนะนำเชิญได้ที่นี่ครับ http://www.marvelic.co.th/en/contact-us

Community VS Commercial FOSS [EN]
Redhuan D. Oon | ADempiere Community Leader

ขอเรียกวิทยากรว่า red1 ( red one ) นะครับเผื่อความสะดวก เขามาพูดเกี่ยวกับเรื่อง Community จะสู้กับ Comercial ได้อย่างไรทำอย่างไรถึงหาเงินได้ และข้อคิดอีกมากมายสำหรับ section นี้ผมสนใจมากตอนแรกก็เฉยๆแต่พอฟังๆไปคน คนนี้มีอะไรที่เจ๋งและน่าสนใจ เอาล่ะไปติดตามเรื่องราวของ ชาวสวน กันครับ

community-vs-commercial
community-vs-commercial

Red1 เขาเป็นชาวสวนชาวไร่ ( ไม่ได้อยู่กับจอร์นนะ 555 ) เขาออกตัวเลยว่าเขาไม่ใช่คนเก่ง วันหนึ่งเขาก็ไปแปลคู่มือของโปรแกรม ERP ( Enterprise  Resource  Planning ) ตัวหนึ่งที่เป็น opensource ครับ

การให้ ของเขานั้นที่คืนให้กับสังคมก่อนสิ่งที่เขาได้รับจากการให้ก่อนคือ ชื่อเสียงและแบนด์ของตัวเอง อ้าวแล้วมันดีอย่างไร ? เขาก็เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ community ของโปรแกรมนี้และสุดท้ายเขาก็ขึ้นมาเป็น lead ของตัวโปรแกรมนี้ครับ จากการที่เขาแปลคู่มือและช่วยพัฒนาโดยตัวโปรแกรมเป็น opensource แล้วเรารับเงินอย่างไรถูกไหมครับ ?

community-vs-commercial
community-vs-commercial

คำตอบนี้มาจากที่ว่าเมื่อมีคนนำเอาไปใช้แล้วเขาต้องการการปรับปรุงลูกเล่นต่างๆของโปรแกรม อย่างนี้ก็ต้องให้คนเชี่ยวชาญมาจัดการซึ่งไม่ใช่ใครก็ตัวเขาเองแหละครับ ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นเงินจำนวนที่เยอะมากๆ เพราะระบบ ERP นั้นส่วนใหญ่หากลูกค้าที่จะเอาไปใช้นั้น คงต้องเป็นพวกองค์กรใหญ่ๆมากๆและมีเงินที่พร้อมจะจ่ายให้คนที่เข้ามาแก้ไขปัญหาของเขา หรือเป็นที่ปรึกษาก็ได้รับค่าจ้างที่มากพอแล้วแหละครับ

จากชาวสวนและพร้อมจะยื่นให้ความร่วมมือก่อนมาไกลได้ขนาดนี้เขาบอกว่าเป็นเพราะ Community จริงๆ หากคุณเป็น 99% ที่ใช้ open source นี่คือเหตุผลที่คุณควรจะผันตัวมาเป็น 1% ที่เหลือครับ

กว่าตัวโปรแกรมจะพัฒนาได้ขนาดนี้ต้องอาศัยทั้งคำแนะนำและคนจับ Bug ซึ่งตัวโปรแกรมที่เขาทำมาสุดท้ายก็ถูกขายเป็นแบบ commercial ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาได้ทำการ folk ( หากคนอ่านไม่รู้จักมันคือการแตก version ก่อนที่เขาจะทำขายอ่ะครับ ) มาทำการพัฒนาเองในรูปแบบของ open source นั่นเอง ซึ่ง commercial นั้นก็ไม่ได้มีกำลังคนที่มากพอจะเข้ามาช่วยกันพัฒนาครับ มาช่วยเราต่อยอดของโค้ดเราช่วย Testing สารพัดข้อดี

Red1 บอกต่อว่าตัวเราคำเดียวไม่สามารถทำได้หรอก และเราเองก็ต้องการความช่วยเหลือหากเราจะพูดว่าเราจะทำ ERP ที่ดีที่สุดในโลกคงทำไม่ได้หากเราไม่มี Community เพราะไม่มี software ไหนไม่มี bug แต่การมี community จะทำให้ค้นพบมันครับ

อ่า ~~ พูดถึงเรื่อง open source นั้นทำให้เราคิดว่ามัน FREE ใช่ไหมครับ ? Red1 ถามคนในห้องว่ามีใครคิดว่า Free คำนี้ไม่ต้องจ่ายเงินบ้าง ? แน่นอนหลายๆคนก็คิดอย่างนี้เพราะช่วงสมัยหนึ่งการที่จะให้คนหันมาใช้ก็เลยต้องให้คำกำจัดความว่าฟรีแต่ในความหมายของคำว่า Free สำหรับตัว Red1 ได้อธิบายว่า …

มันคือ Freedom อิสระภาพ แล้วอิสระภาพอะไร ? มันคืออิสระภาพที่เราสามารถแก้ไขโค้ดอะไรอย่างไร ยังไงก็ได้ ซึ่งบางคนที่ต้องการอิสระภาพทางโปรแกรมอย่างนั้นเราจะต้องจ้างคนที่รู้ไงครับ นั่นก็คือการหาเงินสำหรับ open source อ่ะครับ ซึ่งสำหรับโปรแกรมที่เป็น commercial นั้นเราจะไม่มีสิทธิ์ที่จะปรับเปลี่ยนอะไรใดๆ ต้องจ้างคนที่ขายเท่านั้นครับเส้นทางก็จะแคบลงตัวเลือกน้อยลง

จริงๆตรงนี้เป็น section สุดท้ายของวันแรกแต่ผมจะเอาของอีกวันมาเขียนด้วยครับเพราะวันที่สองมี section ที่น่าสนใจแต่บังเอิญว่าผมไม่ค่อยได้เข้าไปฟังครับ ไปแจกข้าวแจกของ แต่ section ที่มีการเสวนามาฝากกันดูครับสนุกดี

Q: มีการถามว่าหาเงินจาก open source ได้อย่างไรบ้าง ?

A: ผมจำบริษัทของ red1 ไม่ได้นะครับต้องขอโทษทีแต่เขาทำอยู่ 7 แบบดังนี้ครับ

  • Implmentation ( รับจ้างปรับปรุงเว็บหรือระบบ )
  • Consult เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำแต่ไม่ได้ลงมือทำ
  • Server Linux & cloud ทำเกี่ยวกับ server และระบบกลุ่มเมฆ
  • Migration การย้ายระบบเก่าไปใหม่พวกข้อมูลจากอันเก่าอะไรทำนองเนี้ยอ่ะครับ
  • ทำ Mobile
  • จัดอบรมต่างๆ

A: ของ Lee ที่ทำ easySocial หากยังไม่ลืมเขาทำงานเกี่ยวกับให้บริการและทำพวก extension ขาย ต่อปีรายละ 3000 บาทสำหรับบริษัทมี 12 คน

Q: เริ่มธุรกิจทาง Open source มีอะไรหลุมพรางอะไรที่โดนมาบ้าง ?

A: มันไม่ง่าย … และคุณควรจะเข้าใจใน Licence type ด้วยว่าเป็นอย่างไร ทำแบบไหนจะถูก ไม่ถูกศึกษาให้ดี

ลูกค้าเข้าใจว่ามันคือของฟรี ต้องอธิบายว่าทำไมอะไรที่ลูกค้าต้องจ่าย ไม่ใช่เพราะตัวนี้ฟรีทำให้ลูกค้าคิดจะต่อราคา ค่าใช้จ่ายอื่นๆคืออะไร บอกกันให้เคลียร์

หาคนที่มาร่วมงานที่ไม่ใช่แค่หาแต่เงิน หาความรักความชอบในสิ่งเดียวกันครับ

เช็คให้ดีว่า CMS แต่ละตัวมีข้อจำกัดอะไรอย่างไร ศึกษาให้ดีว่าทำได้จริงหรือเปล่า เพราะหากคุณทำไม่ได้ ทั้งๆที่ CMS ตัวนั้นทำได้แต่คุณประสบการณ์ไม่ถึง จะทำให้ลูกค้าเกลียด CMS ตัวนั้นไปเลย

Q: เริ่มต้นอย่างไร ?

A: ศึกษาจากโค้ดที่ download มาครับ เพราะเราเหมือนยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์เราจะสามารถต่อยอดได้เยอะ มี community ที่ดีอยู่แล้วมี tool ดีๆก็เยอะเหมือนกัน ทางเริ่มต้นเยอะมากครับ

Q: แนะนำเกี่ยวกับ Security หน่อย

A: update patch folder permission 644  และ check version ของตัว cms หากเกิดอะไรขึ้นให้เช็ค log file ด้วย

จบไปแหละสำหรับงาน Joomla day bangkok ครั้งที่ 6 หากใครพลาดไปไม่ต้องเสียใจสำหรับงานแบบนี้มีเรื่อยๆครับ หากว่าผมมีการกล่าวถึงแล้วไม่ถูกต้องอย่างไรสามารถแนะนำเพิ่มเติมได้เลยครับจาก comment ด้านล่าง สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทีมงานทุกคนที่จัดงานได้ดีขนาดนี้และได้เชิญวิทยากรที่น่าสนใจมาเยอะขนาดนี้ครับ

ปล. หากคุณชอบการเขียนผม และอยากติดตามงานเขียนของผมสามารถติดตามได้โดยการเข้าไป like หน้าเพจของผม https://www.facebook.com/Tong.oxygenyoyo และรับข่าวสารใหม่ๆ โดยการใส่ email ของคุณได้จากกล่องด้านล่างครับ

รูปหมู่
รูปหมู่

ถ้าคุณชอบบทความในเว็บนี้ และอยากสนับสนุนเรา เพียงแค่คุณสมัครรับข่าวสารด้านล่างจะได้รับสิทธิ์พิเศษก่อนใคร เราสัญญาว่าจะส่งบทความที่เป็นประโยชน์ต่อคุณอย่างแน่นอนครับ

Loading

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Message us

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ปฎิเสธทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก