อย่ารอให้คนที่รักคุณที่สุด เป็นคนไม่รู้จักคุณ …

ผม … เป็นคนที่ไม่ได้แสดงความรักใดๆกับครอบครัวซักเท่าไร ทั้งครอบครัวไปไหนกันก็ไม่ได้ไป ขี้เกียจ เบื่อ ร้อน เสียเวลา ฯลฯ มีปากเสียงกันเกือบทุกครั้งที่มีการร่วมวงสนทนากับครอบครัว ครอบครัวผมประกอบด้วย พ่อ ที่ดูเป็นคนขวางโลกและไม่ชอบยอมรับผิดเท่าไร แม่ ที่ดูจู้จี้ทุกอย่างในชีวิตผม และพี่สาวที่บ่นไม่แพ้แม่เลย ทุกวันๆครอบครัวของเราก็ผ่านมาด้วยการทะเลาะเบาะแวงเกือบตลอด ผมเคยกอดแม่แค่ครั้งเดียว เพราะผมโดยคิดว่า ‘น่าจะทำบ้าง’ แต่ก็ไม่ได้ทำอีกเลย คล้ายๆผู้ชายหลายคน ที่ไม่ได้แสดงความรักอะไรกับแม่มากนัก ทั้งๆที่อยากจะแสดงออกก็ตาม…

เนื่องจากไม่ค่อยแสดงออกและอายที่จะแสดงออกเหมือนใครหลายคน ระบบร่างกายเราคงลบต่อมอ้อนแม่เมื่อเราโตขึ้น … เราอาจจะไม่ได้รับความรู้สึกกอดแม่บ่อยนักในชีวิตใครหลายคน บอกรักแม่น้อยพอๆกับการกอดซะด้วยซ้ำ วันนี้ผมคิดมาได้ว่าผมจะพาครอบครัวไปเที่ยว พาไปกินอะไรที่พ่อกับแม่ชอบและดูเหมือนมันก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะพาแม่ไป ในวันแม่แห่งชาติที่กำลังจะมาถึง ในวันแม่ผมจึงพาแม่และครอบครัวของเราไปเที่ยว ตลาดน้ำอัมพวา พวกเราดูมีความสุข เพราะเป็นอะไรที่น้อยครั้งมากๆ ที่พวกเราจะยิ้ม หัวเราะ ถ่ายรูป แบบที่ครอบครัวรักกันดีเด่นจะทำบ้าง และผมเองก็มีเซอร์ไพรส์ ที่จะบอกรักและกอดแม่

ในช่วงเย็นซักประมาณบ่ายสาม แดดกำลังเริ่มร่มและพวกเราก็เดินอยู่ที่ตลาดกันอยู่หาอะไรกินกันไปคุยกันไป จนผมคิดว่าถึงเวลาสมควรที่เรื่องที่ผมเตรียมตัวมาจะได้ทำ ผมดีใจมากและคิดว่าแม่ทุกคนก็คงอยากให้ลูกพูด บอกรักแม่ คนที่มีสถานะเป็นแม่หลายคนเคยบอกว่า การที่ได้ยินเสียงลูกพูดนั้นทำให้เขามีหัวใจที่พองโตและมีแรงที่จะสู้กับอุปสรรคในชีวิตต่อไป ผมก็เดินเข้าไปหาแม่ …

“ม๊าครับ … ตะ … ตองรักม๊านะครับ”

สั้นๆง่ายๆแต่ยังแอบตะกุกตะกัก และเดินเข้าไปกอด …

*เอาแขนกอดแม่*

( มันนานจนรู้สึกได้ว่าคนที่เรากอดเริ่มคลายวงกอด )

ผมค่อยๆคลายวงกอดและถอยห่างออกมาพอที่จะดูหน้าผู้หญิงที่ผมรักที่สุดในโลก และผมหวังว่าท่านจะรับรู้ความรู้สึกจากผมที่ทำให้น้อยครั้งอย่างเต็มใจและยินดี แต่…

รอยยิ้มของผมก็เริ่มเปลี่ยนไปหลังจากได้ยินว่า …

“เธอเป็นใคร ?”

ไม่รู้ว่าน้ำตาไหลออกมานั้นมาจากไหน มันเหมือนความหวังทั้งหมดพังทลายไปต่อหน้า อยากจะตะโกน แต่พูดไม่ออก และตามมาด้วยคำถามอีกเป็นแสนล้ายคำถามที่เกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาทีที่ได้ยิน

… ( ที่ไหน ? เมื่อไหร่ ? ตอนไหน ? ที่เราไม่ได้สังเกตุว่าแม่ของเรามีอาการปวดหัว ) …

… ( เราปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ไง …? … ทำไมไม่ดูแลให้ดีกว่านี้ … ) …

ผมพยายามย้ำกับม๊าให้รู้สึกตัวว่าผมไม่ได้คิดผิด

“ม๊า ! นี่ตองไง *เอามือสองข้างชี้ที่ตัวเอง* ”

“ตองไง ! ตองลูกของม๊าไง ! ม๊าจำได้บ้างหรือเปล่า … *น้ำตาไหลไม่หยุด* ”

ผู้หญิงที่ยืนตรงหน้า กลับทำหน้ามึนงง และพยายามคิด ปวดหัว และล้มลง …

ผม … ไม่เคยคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวของเราเลยแม้ซักนิดเดียว …
ม๊า … คนที่ดูแข็งแรงและไม่ป่วยง่ายๆ
ม๊า … คนที่ทำทุกอย่างในบ้านได้เหมือนซุปเปอร์แมน
ม๊า … คนที่สามารถจำเรื่องของเราได้ ตั้งแต่เราเกิดจนสามารถพูดเถียงกับเขาได้ถึงทุกวันนี้
ม๊า … คนที่เรารักที่สุด … และคงไม่มีใครมาแทนได้

ผมรู้สึกตัวอีกทีคือผม ยืนอยู่ในโรงพยาบาลและรอฟังคำวินิจฉัย ภาวนาว่าขออย่าให้้เป็นโรคที่ผมคิดว่ามันน่ากลัวที่ำสุดสำหรับคนที่เรารักที่สุด …

ผม … ร้องไห้ … ไม่เคยต้องรอคอยเวลาไหนนานเท่านี้ มันนานจนผมร้องไห้ไปกับคำถามที่ยังคงคาใจตลอดเวลาว่า …

ตอนไหนหรอ … ที่เราไม่ได้ดูแล …

เมื่อไหร่ที่ม๊ามีอาการอย่างนี้ …

ตอนนี้ม๊าจะจำผมได้ไหม จะจำทุกอย่างที่เป็นครอบครัวของเราได้ไหม …

ม๊ายังจำป๊าได้ไหม คนที่ม๊ารัก และรักม๊าถึงแม้ว่าป๊าจะพูดมากและป๊าไม่เคยนอกใจม๊าเลย

ม๊ายังจำพี่สาวได้ไหม … ? ที่ทุกวันนี้อยู่เหมือนเป็นเพื่อนกัน

ม๊ายังจำผมได้ไหม … … … เป็นคำถามที่ผมไม่อยากจะรู้คำตอบ ณ เวลานี้

ผมไม่เคยร้องไห้นานขนาดนี้และยังคงคิดต่อไปว่าจะทำอย่างไรดี ผมไม่สามารถคิดถึงสิ่งดีๆที่จะหลุดจากปากหมอได้เลย เพราะภาพและคำพูดก่อนที่ม๊าจะล้มลงทำให้ผมไม่สามารถคิดเป็นอย่างอื่นได้อีก ทั้งที่ผมไม่อยากให้เป็น และใครๆก็คงไม่อยากให้เกิดขึ้นกับคนที่เรารักที่สุด

รักที่สุด … ผมนึกถึงคำนี้ ปากเราบอก รักที่สุด แต่ ! ผมกลับนึกถึงคำถามหลายๆข้อที่ผมถามตัวเองแล้วคำตอบมันก็โผล่เป็นภาพฉายขึ้นมาเช่นกัน

ตอนผม นั่งเล่นเกม … ม๊าก็มาพูดคุย ด้วยแต่ผม … ไม่คุย

ตอนผม นั่งเล่นมือถือ … ม๊าก็มาคุยด้วย แต่ผม … ไม่อยากคุย

ตอนผม นั่งกินข้าว … ม๊าคุยด้วย แต่ผม … อยากฟังข่าวมากกว่า

ตอนผม ทำงาน … ม๊าโทรมาถามว่าเย็นนี้กินอะไร … ผมบอกว่าอะไรก็ได้ เพื่อจะวางหู …

ผมเริ่มนึกขึ้นเรื่อยๆและน้ำตาก็เริ่มไหลไม่ยอมหยุด อยากจะโทษตัวเองใจจะขาด อยากย้อนเวลากลับไปได้ อยากทำให้ม๊าให้ดีกว่านี้ ทำไมวันนี้ที่สำคัญสำหรับม๊าและผม ถึงเป็นอย่างนี้ !! ผมตะโกนในใจ ผมทำผิดอะไร ทำไม … ทำไม … ทำไม … คำถามนี้ดุเหมือนจะเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจผมมากที่สุด … นานเท่าไรแล้ว … จนผมมองเห็นหมอ ผมได้หลุดออกจากความคิดผมซักพักและตรงไปหาหมอ และหมอเองก็คงรู้อยู่แล้วว่าคำถามจากผมนั้นคืออะไร

“คนไข้ … มีอาการของโรคอัลไซเมอร์ ”

หูของผมได้ยินเพียงแค่นั้น ต่อจากนั้นหมอพูดอะไรก็ไม่ได้เข้าใจอีกเลย เหมือนโลกหยุดนิ่ง ทุกอย่างมันรายล้อมไปด้วยคำถาม น้ำตาผมไหลออกมาอย่างไม่อายใคร ผมแทบทรุดตัวลงกับพื้น …

หลังจากนั้นผมรู้สึกตัวอีกทีคือ มานอนกับม๊าที่สถานบำบัดโรค กำลังนอนข้างๆกัน โดยที่ผมพยายามคุยกับม๊า แต่สายตาที่ม๊ามองผม คือคนไม่รู้จักกัน พูดอะไรไปม๊าก็ทำหน้าลอยๆ ไม่ค่อยสนใจเท่าไร ผมพยายามคิดเรื่องที่พอจะคิดออกว่า ม๊าน่าจะจำจำได้ แต่ก็ไม่เป็นผล ทุกคนเริ่มนอนหลับกันแหละ ส่วนม๊าก็เริ่มหลับตา ผมจึงต้องนอนหลับเหมือนกัน

… ผมพยายามคิดว่าไปเรื่อยเพื่อให้นอนหลับ … นี่มันวันที่เท่าไรแล้วที่ม๊าเป็นอย่างนี้ ….
… ม๊าไม่เคยคุยอะไรกับผมอีกเลยหลังจากวันนั้นที่ม๊าล้มลง …
… รอยยิ้มของม๊าที่ผมยังจำได้ติดตา ซึ่งผมไม่ได้เห็นอีกเลย …
*กระซิก กระซิก* … ผมเริ่มร้องไห้และคิดถึงอดีต ภาพที่ผมทำอะไรที่ไหนกับม๊า แม้น้อยครั้งแต่บัดนี้มันเป็นภาพที่ผมไม่มีทางลืมได้เลย
*ฮือ … ฮือ … * … น้ำตามันไหลไม่หยุด ผมพยายามเก็บเรื่องราวของอีกคนที่พยายามลบเรื่องราว ผมรู้สึกเหนื่อย ท้อ ผมพยายามคิดว่า ถ้าผมมีโอกาสหรือพรอันใด ผมอยากจะขอให้ม๊ากลับมาเป็นเหมือนเดิม หรือย้อนเวลากลับไปดูแลม๊าให้สุดความสามารถเท่าที่ผมจะทำได้ดีของลูกคนหนึ่ง ถ้านี่เป็นเรื่องที่ใครอยากทดสอบหรืออยากให้ผมเปลี่ยนความคิดใหม่ ตอนนี้ผมได้รับรู้แล้ว ผมรู้แล้วว่าอะไรสำคัญที่สุดของผม อยากจะขอให้เรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่ใครแกล้งจงใจสร้างมันออกมา ไม่ใช่เรื่องจริงที่ผมต้องเจอ …

ปึ้ก !! เสียงมีดกระทบกับเขียง เสียงที่ผมคุ้นเคยดีในทุกๆเช้า ที่ม๊าตื่นมาทำกับข้าว ผมลืมตื่นขึ้นมาในห้องนอนของผมเอง และผมกำลังสับสน … ผมเริ่มร้องไห้ … ฟูมฟาย และลุกขึ้นเพื่อลงไปชั้นล่างของบ้าน ผมตรงไปกอดม๊าและร้องไห้อย่างไม่อาย ผมบอกรักม๊า ม๊าก็บอกว่ารักผม ม๊างงว่าผมเป็นอะไรอยู่ดีๆลงมากอดแล้วร้องไห้ผมเล่าให้ม๊าฟัง บอกแต่ว่า ผม ไม่อยากบอกรักม๊าในวันที่ม๊าไม่รู้จักผมแล้ว ม๊าบอกว่า ไม่เป็นไร ฝันร้ายกลายเป็นดี ม๊าพยายามใช้สมองเรื่อยๆไม่เครียดไม่ต้องกลัว

ผมรู้สึกขอบคุณ เรื่่องราวที่เกิดขึ้นมันเป็นเพียงฝันไป ผมเปลี่ยนความคิดในทันทีหลังจากตื่นขึ้น ผมจะดูแลม๊าให้ดีที่สุด ผมจะทำทุกอย่างให้ม๊าสบาย และผมคิดว่าผมจะกอดม๊าทุกวัน ถึงตอนนี้ ตอนที่ผมกำลังพิมพ์ข้อความนี้ ผมบอกได้เลยว่า น้ำตายังคงไหลอยู่นิดๆ และความรู้สึกในฝันยังคงชัดเจน มันชัดซะจนผมนึกถึงเมื่อไหร่ก็สามารถร้องไห้ได้เลย

ถึงตรงจุดนี้ หลายคนอาจจะคิดว่าผมแต่งเรื่องขึ้นหรือเปล่าให้ใกล้กับวันแม่ แต่ผมบอกได้เลยว่า มันคือเรื่องจริงที่มาเขียนตอนเช้าหลังจากกอดแม่จะคุยกัน ผมคิดว่าหลายคนคงเหมือนผมในต้นเรื่อง ไม่ค่อยได้แสดงออกความรักเท่าไร คิดว่าเดี๋ยวค่อยทำ ถ้าไม่เจอเหตุการณ์อย่างผมคงไม่คิดจะทำ ผมอยากบอกทุกคนว่าทำเถอะครับ ถ้าวันนี้คุณยังมีคนที่คุณรักที่สุดและยังรู้จักคุณอยู่ โรคอัลไซเมอร์นั้น ผมคิดว่ามันเจ็บปวดมากกว่าการเสียชีวิตซะอีก คนเป็นไม่รับรู้ คนรู้ทำอะไรไม่ได้ อย่ารอให้ถึงวันที่คำว่า ‘รัก’ ของคุณนั้นไม่มีความหมายแล้วสำหรับคนนั้นครับ

ว่าแล้วก็ไปกอดม๊าอีกดีกว่า ….

ปล. ผมมีบทความให้อ่านเพื่อว่าหลายคนคงอยากรู้จักเจ้าโรคนี้ให้มากกขึ้นนะครับ โรคอัลไซเมอร์

ปล1. จริงๆเมื่อคืนม๊าเลือกรูปภาพแล้วพูดขึ้นว่า ‘ถ้าฉันตายไปเอารูปนี้นะ’ ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันหรือเปล่าจึงเอาไปฝัน ฮ่าๆ

 

ถ้าคุณชอบบทความในเว็บนี้ และอยากสนับสนุนเรา เพียงแค่คุณสมัครรับข่าวสารด้านล่างจะได้รับสิทธิ์พิเศษก่อนใคร เราสัญญาว่าจะส่งบทความที่เป็นประโยชน์ต่อคุณอย่างแน่นอนครับ

Loading

Comments

  1. คิดถึงยายพี่ขึ้นมาเลย เป็นสถานะการณ์ที่พูดไม่ออก สำหรับคนที่ทุกคนยังสุขภาพดีอยู่ก็ดีไป แต่ถ้าคนเป็นแบบในเรื่องนี้ ต้องเลิกโทษตนเอง และเข้มแข็งให้มากๆ เป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวครับ

  2. อืมมันแย่กว่าตายอีกนะ คนที่เป็นอย่างนี้อ่ะ ตองคิดว่ามันเหมือนเราคุยกับคนที่ไม่รู้จักเราอ่ะ พี่

  3. T.T ดีนะที่น้องมัมกับป๊ามี๊ ชอบแสดงความรักให้กันอยู่แล้วเป็นปกติ
    พี่ตองเข้มเข็งนะคะ

    คุณแม่ก็ยังเป็นคุณแม่คนเดิม
    ส่วนลึกๆ คุณแม่ต้องรักพี่ตอง รู้สึกผูกพันกับพี่ตองอยู่แน่ๆเลยค่ะ

  4. ตอนแรกผมตกใจเลย นึกว่าเป็นเรื่องจริงๆ พออ่านมาข้างล่างสุด ก็ดีใจด้วยครับที่มันเป็นแค่ความฝัน
    ผมเคยมีบางโมเมนต์ช่วงที่มีงานเยอะๆ นะครับที่รู้สึกว่าใส่ใจครอบครัวน้อยลง

    แต่โชคดีอย่างหนึ่ง คือ ผมเป็นคนอ้อนแม่มากๆ ครับ แม่น่าจะจำผมได้ไม่ลืม ^_^

    1. คนที่เจอวันนี้นิครับ ใช่ป่ะไปงาน สมาคมหรือเปล่าผมจำคำว่า pearless ได้แว๊บๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Message us

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ปฎิเสธทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้ที่จำเป็น

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก