[งาน Event] Women เม้าส์ เล่า Start up

25560616-142342.jpg

วันนี้ได้ไปงานที่ Hubba จัดขึ้นเพื่อให้เหล่าสาวๆนั้นมาเจอกันในด้าน Start up เพราะว่าจริงๆพวก Geek น่าจะได้มางานทำนองนี้เยอะแล้ว แต่คราวนี้จัดขึ้นเพื่อสาวๆโดยเฉพาะ ซึ่งแน่นอน Event อย่างนี้เราจะไม่พลาด (ฮา) พอดีว่างอ่ะนะ เมื่อ ว่าง+ event น่าสนใจ จึงได้ไปงานนี้นั่นเอง (ว่ะฮ่าๆ แถเก่งป่ะล่ะ) วันนี้จะมาเล่าว่าไปเจอะไรมาบ้างแล้วมีข้อดีอะไรดีๆมาฝากกันและคำถามหรือข้อเสนอแนะว่าควรจะเป็นอย่างไรไปติดตามกันเลยจ้า

กิจกรรมแรก

เมื่อเข้าไปงานแล้วทางคนดำเนินการได้แจก กระดาษและปากกาเพื่ออะไร ? ให้จดหรอ …. เปล่าให้ทุกคนทำความรู้จักกันครับ ให้ถามคนรอบตัวเราที่นั่ง นั่นแหละใครที่มีคนจดจำได้เยอะจะได้รับของรางวัล (แฮ่ !) เราชอบของรางวัลหรอ ไม่หรอกจ้าแต่เราชอบรู้จักคนใหม่ๆอยู่แล้ว จึงชวนๆคนคุยรอบๆตัวครับสนุกสนานดี นี่คือคนที่ผมได้รู้จักใหม่ๆในวันนี้ครับ

25560616-142350.jpg

  • คนนั่งข้างๆผมนั่นชื่อพี่เอิน ( โทษนะพี่ผมไม่ชัวร์ว่าอ่านว่าอะไรถ้ามาอ่านเจอบอกผมได้นะว่าจริงๆเขียนยังไง ) ทำเกี่ยวกับกราฟิกครับ มีถามผมเกี่ยวกับทำเว็บด้วยยังไงถ้าเจอกันอีกคุยกันได้นะครับ :)
  • ถัดต่อจากคนแรกชื่อ เวียร์ หน้าตาออกเป็นแขกนิดๆ ไม่ได้ถามว่าทำเกี่ยวกับอะไรอ่ะครับอันนี้ผมพลาดเองไม่ได้ถาม
  • พี่อีกคนถัดจากสองคนแรกไปชื่อ ปอกับผู้ชายมาด้วยชื่อ อุ๊ ครับ ปอทำเกี่ยวกับพวก pattern เสื้อผ้าครับส่วน อุ๊ นั้นทำเกี่ยวกับพวก server และตัดต่อ สองตำแหน่งเลยถ้าผมฟังไม่ผิดนะครับ
  • ถัดจากผมด้านขวามือมีผู้ชายชื่อ เจ คนที่นั่งข้างเจชื่อ rocket และถัดไปชื่อ สอน สอนเป็น PM ส่วนสองคนแรกไม่ได้ถามเพราะตอนนั้นมีการย้ายเก้าอี้เลยไม่ได้ถามต่อครับ
  • ตอนย้ายที่เสร็จผมได้นั่งที่ใกล้ๆที่เดิมแต่มีคนใหม่เข้ามานั่งข้างๆด้วยชื่อ ไข่แก้ว เป็นคนทำเบื้องหลังรายการของ เนชั่น กับคุณบี มาจากที่เดียวกันครับ
  • ถัดจากสองคนข้างบน แล้วนั้นมีน้องศาและน้องปลื้มครับอยู่ BU ทำพวกกราฟิกดีไซน์
  • ถัดไปชื่อพี่เหม่ย ทำเกี่ยวกับด้านดูแลลูกค้า
  • ต่อมาผมก็ลุกไปหากลุ่มใหม่ๆก็เจอพี่ต้อม ซึ่งเขาบอกว่ามาหาไอเดียกับงานและฝากชมทีมงาน Pantip ด้วยเขาชอบเล่นมาก ( เย้ !!! )
  • เสร็จผมจึงเดินไปด้านหลังที่มีกลุ่มใหญ่ๆไปลุยกันต่อเลย เจอพี่เบียร์ทำเกี่ยวกับวิศวะยานยนต์ กับพี่ปุ๋ยทำเกี่ยวกับโลจิสติกส์เจ๋งมากๆ
  • เจอน้องพริ้ว YWC#9 รุ่น 9 ด้วยทำอยู่กับ mInteraction เกี่ยวกับด้านโฆษณา online
  • เจอออร์ด้วยคนนี้ไม่ต้องบอกมี start up เป็นของตัวเองแล้วมางานเล่นๆ
  • เสร็จก็มีคนมาคุยต่อมีคุณยูเป็น SA และกวางเป็น Freelance ทำเว็บถนัด joomla
  • ต่อมาชื่อคุณโน๊ตเป็นอาจารย์สอน com sci อีกคนชื่อนุ่นทำเป็น Freelance content พวกบทความต่างๆ
  • น้องแป้งกับ ARM ทำอยู่ launchpad (คล้ายๆกับ Hubba) น้อง ARM เป็น sell marketing manager
  • ต่อมามีคนเข้ามาใหม่เยอะมากด้านหน้าผมจึงเดินกลับไปคุยด้วย มีคุณ ben , พี่เปิ้ล , คุณ F ทำทีเดียวกันเป็นแนวๆทำเว็บแหละครับ
  • น้องกิ๊ฟ น้องแคท และน้องแอน จาก มสว.

25560616-142359.jpg

โอเคผมได้รู้จักคนเยอะมากจากที่ผมเขียนมา ขอแค่เรากล้าเข้าไปคุยครับ ผมชอบงานแบบนี้จริงๆ ไม่ใช่ทุกคนก้มหน้าก้มตาพิมพ์ๆมือถือหรือ notebook เพราะเป็นงานผู้หญิงทุกคนพร้อมจะเม้าส์ ( 5555 ) มีเรื่องที่ผมสังเกตุอยู่ด้วยครับคือ บางครั้งผมเข้าใจความรู้สึกว่ามันก็ยากที่ว่าจะเข้าไปคุยขณะที่คนกำลังสร้างเป็นวนนั้นลำบากจริงๆ  ยืนเอ๋ออยู่นาน ก็ต้องรอให้สาวๆเปิดทางให้เข้าไปคุยด้วย หรือแม้แต่ได้นั่งหากคุณหากช่องสอดเข้าวงสนทนาก็ทำได้ยากพอกัน (ฮา) แต่สนุกดีครับ :)

เข้ากิจกรรมหลัก

พี่น้ำฝนซ้าย พี่ตุ๊กตาขวา
พี่น้ำฝนซ้าย พี่ตุ๊กตาขวา

มีพิธีกรเป็นคุณน้ำฝนและคุณตุ๊กตาจาก 2xpace มาดำเนินการและอธิบายคราวๆเกี่ยวกับ Start up ว่ามันคืออะไร เพราะในงานนั้นสาวๆบางคนไม่ได้อยู่ในสายงาน IT เลยอาจจะไม่เข้าใจ จึงอธิบายง่ายๆว่า คล้ายๆกับ SME บ้านเรานั่นแหละแต่เพียงว่า Start up นั้นจะเรียกเกี่ยวกับ SME ที่เกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยีเท่านั้นเองแหละจ้า แล้ว 2xpace คืออะไร ?

2xpace นั้นคือ ประมาณว่าเป็นแหล่งให้สาวๆมารวมตัวกันทำพวก Start up เนี้ยแหละ และเวลาทำเนี้ยสาวๆก็ชอบทำพร้อมกันไม่ชอบทำคนเดียวกับ space ที่เป็นที่ว่างแต่ใช้ตัวอักษร X นั้นเพราะให้คิดถึง size ครับตัว s มันเล็กไปจึงเป็น X ที่ใหญ่นั่นเองครับ

เสร็จก็มีพี่ออนนี่มาร้องเพลงให้ฟัง โดยพี่ออนนี่ไปรายการ the voice มาสองปีแหละก็มีการมาแชร์ว่าเจออะไรมาบ้าง เพลงแรกคือเพลง “ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ” โดยรายการ the voice ปีแรกเขาสมัครตอนเช้า 7 โมงได้ร้อง นู้น 4 ทุ่ม (เฮือก !!) ส่วนปีสองให้สมัครวันหนึ่งแล้วไปร้องวันหลัง โดยผ่านรอบแรกแล้วต้องไปคัดอีกรอบก่อนที่จะไปเจอ กรรมการ 4 คนบนเวทีนั่นแหละครับ

พี่ออนนี่ร้องเพลง
พี่ออนนี่ร้องเพลง

หลังจากจบเพลงแรกก็ร้องอีกเพลง “At the beginning” ใครไม่เคยฟัง คลิกที่นี่เลยจ้า พี่ออนนี่ร้องได้ดีแต่เสียดายไมค์ไม่ค่อยดีครับติดๆหายๆ แต่ The show must go on ครับพี่ทำได้ดีแล้ว เพราะว่าสิ่งที่เตรียมไว้ไม่ไหลตาม flow ที่กำหนดแต่ผมก็เฉยๆ เพราะว่างานแสดงไหนก็มีอุปสรรคเสมอ แม้ว่าเราเตรียมไว้ดีแค่ไหนครับ

ผมชอบบรรยากาศงานนี้จริงๆทุกๆคนพร้อมเปิดใจคุยและไม่เหมือนงาน Geek อย่างที่บอกและงานนี้มีอะไรที่น่ามองด้วย (ฮา) สาวๆหลายคนเห็นหน้าเด็กๆทำงานอลังการกว่าผมเยอะเยะมากเลยครับ คนเก่งไม่แยกเพศจริงๆครับ

คุยกับ Diet Party

โดยมีคุณปิ่นกับคุณแพลมเป็น founder , co-founder ตามลำดับ แต่ product ยังไม่ออกคือได้เป็น 1 ใน 20 app ที่ผ่านเข้ารอบของโครงการของ Dtac ครับครับก็มาคุยกับเกี่ยวกับการลุยงานกับไอเดียที่คิดเป็นแนวๆไหนอย่างไร

  • เป็น app ที่นำเสนอเพื่อนมาช่วยกันลดน้ำหนัก
  • โดยการลดน้ำหนักจะทำพร้อมๆกัน
  • มีการเตรียมตัวจากการที่แพ้ตกรอบคัดเลือก 4 เดือนก่อนเอาประสบการณ์มาปรับปรุง
  • ได้ไปเจอคนที่ประสบความสำเร็จได้รู้ว่าจะโฟกัสอย่างไร จุดไหนที่ควรจะสนใจไม่สนใจ ทำอะไรถึงจะสำเร็จ
  • อยากให้หาตัวเองให้เจอจุดไหน ใกล้ตัวและเอามาเป็นไอเดียได้
  • Product ยังเป็น mockup อยู่เลยคิดว่าเดือนหน้าจะปล่อยได้
  • เมื่อจบ workshop (ที่เขาไปแข่งอ่ะนะ) จะทำต่อไป โดยมีการวัดผลและตั้งเป้าหมายต่อไป

จบแล้ว (ห๊ะ!) ก็งงๆว่าทำไมจบเร็วอันที่จริงผมอยากจะคุยกับทางผู้ทำเหมือนกันแต่ตอนเลิกงานเห็นกลับไปก่อน เพราะว่าอยากถามเกี่ยวกับไอเดียของผมเองด้วย จริงๆน่าเสียดายหลายๆอย่างที่เขาตอบค่อนข้างกว้างเลยทีเดียวผมคิดว่าจะไปถามๆหลังงานเลิก เหมือนกันครับ เช่น เจอประสบการณ์ที่พลาดอย่างไรบ้าง ได้เรียนรู้อะไรมากที่บอกว่าปรับปรุง หลายๆอย่างครับ

 ต่อไปเป็นการ pitching งานว่าทำอย่างไร

โดยมีสาวๆ 3 คนสำหรับการให้ประสบการณ์ด้านนี้โดยมีประสบการณ์ที่เชิงลึกเลยทีเดียวโดยมีดังนี้

พี่ออนนี่ พี่อร คุณงี่ เรียงจากซ้ายไปขวาจ้า
พี่ออนนี่ พี่อร คุณงี่ เรียงจากซ้ายไปขวาจ้า

โดยสามคนนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นนักสร้างโอกาสให้กับ Start up โดยมีคำถามต่อไปนี้ครับ

Q: กว่าจะมาเป็นอย่างปัจจุบันนี้ ทำอะไรอย่างไรมาบ้าง ?

คุณงี่: แรงบันดาลคือ เล่า Background นิดนึงก่อนว่าเป็นนักวิเคราะห์หุ้น ประเมินมูลค่ากิจการ ไม่ได้ทำงานด้านการเงิน ในตอนแรกเป็นแอร์ได้รับโอกาส presenter เป็น PR , MKT

ตื่นมาวันหนึ่งพบว่าตัวเองชอบด้านการเงิน เปลี่ยนจากการเป็นแอร์มาเรียนการเงิน พิธีกรจึงถาม Fight อย่างไรให้ได้เรียน Finance Management การเปลี่ยนงานจากแอร์มาด้านนี้ ?

ไม่มีบริษัทไหนรับแอร์มาทำ มีบริษัทให้โอกาส พอได้รับโอกาสก็ต้องพัฒนาตัวเองทุกๆวัน อ่านหนังสือทุกๆวัน ขยันกว่าคนอื่นเป็น 2- 3 เท่าแหละได้มาทำ VC

VC คือธุรกิจร่วมลงทุน วิเคราะห์ว่าธุรกิจไหนน่าสนใจ แล้วก็ร่วมลงทุนให้เงินและคนที่ปรึกษาเพื่อให้ธุรกิจไปถึงความสำเร็จ

จะเห็นว่าแม้แต่คนที่ให้โอกาสเราก็ต้องฝ่าฝันอุปสรรคไม่น้อยกว่าจะได้มาเป็นคนให้โอกาสคนอื่นนะครับ ข้อคิดที่ผมได้จากคุณงี่นี้ดีมาก คุณอาจจะได้เห็นคนที่ประสบความสำเร็จแต่หลายๆคนนั้นไม่รู้ว่า เขาต้องฝ่าอุปสรรคเสียทั้งใจ ทั้งน้ำตา เพราะฉะนั้นทุกคนอย่าท้อแท้นะครับ :)

อร: 3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีด้าน Background MKT เลย จบด้าน Sci pure ทำงานด้าน Engineer ตลอดเวลาสมัครงาน แต่ไม่มีความรู้ด้าน Business เขียนโค้ดเป็นอย่างเดียว ให้อยู่ value acessted service คนเราต้อง jump up ออกจาก comfort zone ได้รับโอกาสใหม่ๆ

มีประโยคเด็ดที่ว่า “บริษัทยังมองเห็นคุณค่าตัวคุณ ทำไมคุณเองถึงมองไม่เห็น” ประมาณนี้นะไม่ค่อนแม่นเท่าไร เข้ามาทำ app ตัวแรกแต่ไม่ดัง ไม่ใช่แค่เขียน app เสร็จแล้วจบ แต่จะไปต่ออย่างไร app book store ต้องพยายามและโอกาส และคิดว่าโอกาสเป็นเหมือนอะไรที่เห็นแก่ตัวในชีวิต ไม่เคยมีการแจ้งเตือน จะมาหาเราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้หากเราไม่เปิดรับมัน มันก็จะผ่านไปและไม่กลับมาอีกเลย

ออนนี่: ทุกคนมีความฝัน ตอนเด็กๆอยากทำอะไร พี่เองก็มีความฝันอยากเป็นนักร้อง แต่คิดว่าทุกๆความฝัน ไม่ได้ทำให้เราต้องหยุดชีวิตประจำวันของเรา เรายังมีหน้าที่รับผิดชอบครอบครัวและคือแรงบันดาลใจหนึ่ง ทำให้เราอยากทำงานโดยไม่ทิ้งความฝันไปด้วย และคิดว่าทุกๆคนคงมีอะไรเยอะเยะในหัว สิ่งที่ได้จาก Start up คือ

“ททท” นั่นคือ “ทำ ทัน ที” ทำแล้วอย่างน้อยได้รู้ว่ามันผิด จะพลาดอย่างไรเราก็ได้เรียนรู้ พี่เคยคิดจะอัดคลิป ดีดกีต้าร์ ร้องเพลง นานมากแล้ว จนต้นปีนี้ 2556 นั้นก็ได้ทำอย่างที่ใจฝันแล้ว 2 – 3 คลิป ถ้าไม่หลุดจากจุดหนึ่งที่จะทำหรือไม่ทำ เราก็จะไม่ทำ การมางานครั้งนี้ทำให้เราทุกคนได้ออกจาก โลกเดิมๆ จริงจัง ตั้งใจกับความฝันของตัวเอง จริงจัง ตั้งใจ มุ่งมั่นอย่างที่เราตั้งใจ อย่าท้อแท้ คิดมุมใหม่ๆเพิ่มเติม

พี่ออนนี่ พี่อร คุณงี่
พี่ออนนี่ พี่อร คุณงี่

Q: ฉันจะ pitching  อย่างไรให้ถูกใจดี ?

งี่: ทำอย่างไรจะชนะใจ VC ได้

  1.  ชอบคนที่มีความรัก ถ้าคุณรักอะไรซักอย่างคุณจะทำสิ่งนั้นได้ดีที่สุด
  2. คุณพยายามให้เขาเห็นว่าคนที่คุณรักนั้นดีอย่างไร ทำ research mkt มองใคร ลูกค้าเราอยู๋ตรงไหน คุณค่างานตรงไหนอย่างไร
  3. เป็นนักฟังที่ดีสำคัญ เวลาที่กรรมการหรือแม้แต่คนที่เราเล่าให้เขาฟังเมื่อเขาพูดคุณควรจะฟัง ฟังสิ่งที่คนอื่นบอกและโฟกัสมัน ว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ที่ดีบ้างคำถามเราสามารถตอบยังไง อย่างไร ?

มีคนถามว่า VC and Angle ต่างกันอย่างไร ?

Angle จะช่วยใน step แรกๆ แต่ VC น่าจะเริ่มเห็นว่าจะสามารถพอไปได้แล้วบ้าง ไม่ใช่ธุรกิจตั้งไข่เลย

Q: ต้องมีบุคคลิกภาพอย่างไร ?

คุณอร: บอกเกี่ยวกับด้านผู้หญิง มีหลายๆคนมา pitch กับเขาเยอะมาก เราจะมีหลายแบบ ในความเป็นผู้หญิง การแต่งตัวอย่าจัดเต็มเกินไปไม่ได้คุยกับ CEO ที่สำคัญที่สุดการ present งานกับการแต่งตัวต้อง match กัน (เออ ข้อนี้ไม่เคยคิดถึงเหมือนกัน ) และเนื้องานทุกอย่างมันต้องมาจาก inner ไม่ว่าจะแต่งตัวอย่างไร สิ่งสำคัญคือ ความมั่นใจจ้า เช่น ฉันจะทำแบบนี้ นี่คือสิ่งที่ถูก ใช้ความเป็นผู้หญิงให้เป็นประโยชน์ ความน้อบน้อมนั่นยังคงสำคัญ เช่น พี่คะตรงนี้เป็นอย่างไรบ้าง มีตรงไหนต้องปรับปรุงบ้างหรือเปล่าคะ ? ทำนองเนี้ย

Q: comment ดีกับร้ายเมื่อได้รับจะทำอย่างไร ?

ออนนี่: เปรียบเทียบกับการทำงาน หรือเพื่อนเรา comment อะไรก็แล้วแต่ อยากให้ “ยิ้ม” ไว้ก่อน และฟังให้จบประโยคก่อน และในระหว่างที่ฟังเราจะต้องคิดว่าเราจะบอกเขาว่าอย่างไร ? ไม่ต้องขัดแย้งกับสิ่งที่เขาบอก และบอกในสิ่งที่เขาถามมาดีกว่า และเอา comment มาปรับปรุง การเตรียมตัวที่ดีที่สุดจากพี่ไผท (builk.com) คือ

เรียนรู้จาก pitching ที่เคยๆมีมาใน youtube เรียนรู้ว่าจะตอบอะไร กรรมการจะถามอะไร เราสามารถเรียนรู้ได้จากคนอื่น ดูเยอะมากอ่านหนังสือ ช่วยได้เยอะมากสำหรับตรงนี้

อาจารย์นิเทศมีผลงานของคณะนิเทศศาสตร์ของมหาลัยกรุงเทพฯ

น่าเสียดายมากสำหรับ section นี้ผมไปเข้าห้องน้ำแปปเดียวพลาดอะไรดีๆไปหมดเลย อาจารย์ท่านฮามากจริงๆ ผมก็จดอะไรเท่าที่จะจดทันมาแบ่งให้นะครับ

ทุกๆโครงการที่ประสบความสำเร็จนั้นต้องให้เด็กๆคิดว่า ทำอย่างไรให้สมาคมโฆษณาโดน research ทำเข้าไป เรียนรู้ว่า product ของเรานั้นตรงกับเป้าหมายอย่างไร เพื่อเวลาไปตอบคำถามของอาจารย์แล้วต้องตอบได้

อย่างการต่อยอดของอาจารย์คือมีลูกศิษย์ไง ดัน Brand ได้นะเอาลูกศิษย์เป็นดาราและสามารถหาเม็ดเงินได้ โดยแค่ถ่ายรูปใน IG เอาเงินมาก็ถ่ายรูปเล่นๆกับ Brand ไปแบบไม่ตั้งใจ ถ่ายเอาฮา

หากงานต่อไปไม่ต้องการใช้เงินเยอะ หากเราเป็นคนปกติเอาจุดเด่นของตัวเอง รู้สิว่าเราเก่งอะไร หาไม่เจอก็ให้คนใกล้ตัวหรือคนรอบตัววิเคราะห์เราเหมือนโจแฮรี่ window (อยากรู้ว่าคืออะไร คลิกหนักๆตรงนี้ ) แล้วจุดที่เราต้องรู้คือ จุดบอด เพราะเราจะเข้าใจว่าเราขาดอะไร มันมีจุดที่คนอื่นรู้แต่เราไม่รู้ต้องให้คนอื่นบอกเราแม้ว่า จุดนั้นจะทำให้เรารู้สึกแย่หรือไม่ดีแต่เราควรจะยอมรับและแก้ไขมันครับ

คนเราไม่ต้องจบมหาลัย ถ้าหากเรารู้จักตัวเอง และอาจารย์ยังมีโครงการที่ทำอยู่คือ GEW Start up คนที่มีใจรักธุรกิจและมี Brand เยอะมากมาร่วม GEW thailand ( Global Entrepreneurship Week Thailand , Fan page ) เข้าไป connect 126 ประเทศ ถือว่าอันนี้สามารถดันเราไประดับโลกได้เป็นเวทีที่จะให้โอกาสประกวดแข่งขัน

มีหนังสือเกี่ยวกับ การโฆษณากับสังคม น่าสนใจมากมาแจก ( แต่ผมไม่ได้เพราะไม่ได้ส่ง RC ผู้ใดที่อ่านแล้วจะแชร์ให้ผมอ่านด้วยจะยินดีมากถ้าคนในงานได้มาอ่านในบล็อคนี้นะครับ :) )

พี่เปิ้ลหมอดู

หมอดู cosmatic หลายๆคนที่มาฟังการทำนาย มันดีขึ้น ไม่ใช่การงมงายเป็นการแนะนำทาง ทางนู้นไม่ดีทางนี้ก็ไปได้เหมือนกันประมาณนั้น ต้องรักและพยายามในสายอาชีพหลายๆคนที่เข้ามาหาทำให้มีความสุข

Q: แนะนำเคล็ดลับการทำบุญ

  1. บุพการีในบ้าน รายได้ควรจะมีให้เสมอ 
  2. มูลนิธิทุกประเภท
  3. ให้ทานภาวนาผ่านทุกสิ่งอย่างได้

แนะนำ ทำบุญทิศอีสาน เป็นทิศมงคลของปีนี้ เทียนพรรษาเริ่มบริจาคได้เลย

ติดต่อได้ Hubba ดูดวงทุกวันเสาร์ต้นเดือน

กิจกรรมต่อไป เจ้าของธุรกิจมาคุย

คุณปราง คุณมิมี่ และคุณตุ๋ย จากซ้ายไปขวา
คุณปราง คุณมิมี่ และคุณตุ๋ย จากซ้ายไปขวา

พี่ตุ๋ย: ดูแลเรื่อง security กับด้าน internet

พี่มิมี่ : co-founder thumbsup.in.th

มะปราง : social fasion platform ชุดเต็มเลยแลกกับเพื่อน เปิดร้านขายเสื้อผ้า ชุดมือสอง

Q: เริ่มทำได้อย่างไร ?

ปราง: แข่ง Start up เอาไอเดียตัวเองมาขาย และชนะรางวัลปีที่แล้ว

มี่ : เกิดจากคน 5 สนใจอย่างเดียวกัน digital business เกี่ยวข้องกับ it และมีการดันไปด้าน Start up ด้วย

ตุ๋ย : การเอามือถือพวก Device ต่างๆเข้าไปใช้ resouce ขององค์กร และสามารถเข้าไปถึง DB ได้เลย จึงเกิดธุรกิจเกี่ยวกับการดูแล ณ จุดนี้ ให้ข้อมูลข่าวสารการ hack ใหม่ๆ botnet คือการจู่โจมชนิดหนึ่ง ทำให้เรารู้บ้างใครในเมืองไทยที่โดน ในเมืองไทยมีคู่แข่ง 2 ราย

คุณปราง คุณมิมี่ และคุณตุ๋ย จากซ้ายไปขวา
คุณปราง คุณมิมี่ และคุณตุ๋ย จากซ้ายไปขวา

Q: ทำไมเลือกทำด้าน online website

มี่: ส่วนหนึ่งเป็นความชอบ feel ที่มี exp โดยตรงทำงานด้าน mobile operator 10 กว่าปี และมีเพื่อนๆใน twitter มาคุยกันมีความคิดเห็นในเรื่องเดียวกันทำเว็บอื่นอยู่และมาลงตัวที่ thumbsup ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับด้าน it digital

ปราง : ชอบเล่น FB , MKT รู้ concept start up เพื่อนชวนแข่งงาน start up เลยมาทำ

Q: ระหว่างทางที่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เจอะไรมาบ้างและทำอย่างไร ?

ตุ๋ย: เราจะไม่พูดถึงคำว่า Fail ถ้าเราคิดเมื่อไหร่ เราจะไปไม่ถึงจุดปลาย เหมือนกับใจแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม แค่เรายังหาทางไม่เจอ ต้องมีการให้ก่อนที่จะได้จากลูกค้ามองทุกอย่างเป็นโอกาส อย่าท้อว่าจะไปไม่ถึง

มี่: มีบางช่วงที่เรารู้สึกมีท้อบ้าง ทุกครั้งที่รู้สึกส่วนหนึ่งคือมีทีมงานที่ช่วยผ่านกันไปได้ ข้อสำคัญของตัวมี่เองคือ ทีมงานที่ดี จะพาเราไปได้ ต่อให้มี product ที่ดีแต่ทีมไม่ดีจบเลยการซื่อสัตย์ก็สำคัญเหมือนกันเพราะได้รับโอกาสจากคนอื่น เพราะความซื่อสัตย์

ปราง : ช่วงท้อมีตลอดเวลา เพราะคนนี้เขายังไม่มีของเป็นตัวเป็นตน ทำอย่างไร คือต้องมีทีมที่ดี เคมีตรงกัน เรื่อง passion เราต้องเชื่อมั่นกับมันมากๆ มันจะไม่มีท้อแล้วหายไป

Q: เราดูแลลูกน้องกับคนในทีมอย่างไร ?

ตุ๋ย : e-cop มี ช 90% สิ่งที่เราต้องรู้คือ วิธีการใช้คน คนพูดน้อยใช้อะไรเขา คนเก่งต้องใช้อย่างไร คนเก่งที่ปกปิดความสามารถเราจะใช้เขาอย่างไร put the right man into the right job อย่าคิดว่าเรารู้ทุกเรื่อง พนักงานทุกคนมีส่วนสำคัญ จะให้เราทำทุกอย่างคงเป็นไปไม่ได้ เราต้องให้ความสำคัญกับพนักงาน เราถึงจะไปด้วยกันได้

มี่ : ทีมงานของมี่เองเป็นเพื่อนไม่ใช่หัวหน้าหรือลูกน้อง ลักษณะการ handle คนในทีม การมีข้อพิพากเขาก็มีข้อดีของเขา ไม่เอาอารมณ์มาคุย ถอยก่อนที่จะเกิดการทะเลาะใจเย็น และคุณกัน

ปราง : ดู result เป็นหลัก เหมาะสม หากจะทะเลาะก็ทะเลาะให้จบ แต่ต้องเป็นการหาคำตอบของปัญหา

 Section สุดท้ายและท้ายสุด

แนะนำให้ไปบริจาคเลือด วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2556 ที่สภากาชาดไทยจ้าโดยเขาจะให้โค้ดพิเศษสำหรับคนที่ไปแบบว่าเป็นกลุ่ม start up ที่มาบริจาคเลือด

เฉลย RC

  1. ตู้แช่ไวน์
  2. Hot desk
  3. Big meeting room
  4. ห้องน้ำผู้หญิงชั้นสอง
  5. สนามหญ้าหลังบ้าน

รางวัลมีเสื้อและหนังสือจ้า

สุดท้ายคุณเอมก็มาแนะนำกิจกรรมดีๆของ hubba ที่จะเกิดขึ้นซึ่งเยอะมากกับ App นี้ๆหากคุณโหลดสามารถไปลองเล่นที่ Hubba ฟรีๆเลย 1 วันเต็มจ้าโดยเจ้า App ตัวนี้ชื่อว่า www.getmystamp.com และส่วนรายละเอียดที่เหลือติดตามได้จากที่นี่เลยจ้า Hubba thailand

ขอขอบคุณ Hubba และ 2xpace สำหรับกิจกรรมดีๆให้สาวๆได้มาร่วมงานและจุดไฟของหลายๆคนด้วยครับ ขอบคุณที่อ่านจนมาถึงตรงนี้ครับหวังว่าการมาเล่าเรื่องครั้งนี้จะให้ข้อคิดอะไรดีๆกลับไปบ้างไม่มากก็น้อย จริงๆแล้วชอบงานแบบนี้นะหากมีจัดอีกก็จะไปอีก (ฮา) จริงๆแล้วก็มีเยอะนะที่จัดแต่ไม่ไป คุณเอมแอบทัก (ฮา) รูปน้อยหน่อยแต่เนื้อหาไม่ขาดนะจ๊ะพยายามเก็บทุกเม็ดจริงๆ แล้วคุณล่ะ เริ่มก้าวออกมาทำความฝันของคุณแล้วหรือยัง ?