[MKT พี่เจเจริญ] ตอน … ความฝัน ความจริง สิ่งที่ไม่รู้

OBP

เมื่อปี (2012) ก่อนผมได้มีโอกาสเข้าร่วมการเรียนด้านการตลาดกับพี่เจเจริญ ( jarern.com ) โดยตัวพี่เขามีความฝันที่อยากจะแชร์ความรู้ด้านการตลาดก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำและอยากสอนฟรีๆ อีกด้วย ด้วยประสบการณ์ที่มากพอที่จะทำให้หลายๆคนอยากเป็นแบบพี่และมุมมองที่เปิดกว้าง รวมถึงการเสียสละจึงเกิดเป็น Event การเรียนการตลาดวันอาทิตย์ ทั้งปี ของผมและเพื่อนร่วมห้องอีกหลายๆคนครับ

สอนอะไรบ้างหรอ ?

หลักๆก็จะเป็นการตลาดที่พี่เขาได้เรียนรู้มาและนำมาประยุกต์สอนพวกผม โดยนำจากตัวอย่างจริงผสมผสานกับ เรื่องที่เกิดขึ้นจริงทำให้เห็นภาพได้จริงว่า อ๋อ … ทฤษฎีที่คิดๆมาแล้วตอบโจทย์อะไร ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ อย่างนั้นและพวกความรู้การจัดการด้าน IT ที่การตลาดจะเข้าไปช่วยได้ ขายได้หรือการจัดการอารมณ์ของ User เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันต่างๆได้อย่างไร ซึ่งเรื่องพวกนี้ไม่มีในโรงเรียน และไม่ได้หามาได้ง่ายๆ เพราะคนเราคงไม่อยากให้เกิดเรื่อง แต่เมื่อเกิดแล้วเราจะจัดการอย่างไร นั่นแหละครับสิ่งที่ดึงดูดให้ผมและพี่เจได้มาเจอกันแชร์ความรู้กันครับ โดยเราเรียกคลาสเรียนนี้มีชื่อเล่นๆเรียกง่ายๆว่า OBP ( Online Business Professional ) พี่เจได้เขียนรายละเอียดไว้แล้ว เชิญอ่าน
Re-launch Online Business Professional class

อยากแชร์ !!?

ใช่ครับผมคิดไว้แล้วว่าหากไปเรียนจบแล้วจะแชร์โดยต้องบอกไว้ก่อนว่าผมเองก็จำได้ไม่หมดแม้ว่าจะจดลงสมุดแล้วก็ตาม และไม่ค่อยได้นำมาประยุกต์ใช้บ่อยๆก็เลยลืมไปบ้าง แต่หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับตัวเองและคนรอบตัวหากได้เข้ามาอ่าน อย่างน้อยๆผมจะได้ทวนความรู้ตัวเองไปด้วยในตัว หากมีปัญหาสามารถถามได้นะครับ แต่ผมจะมีความสามารถตอบได้หรือเปล่าอีกเรื่อง ( ฮา ) แต่ไม่ต้องกลัวจะพยายามหาคำตอบมาตอบให้ได้

เริ่มยัง … ?

ป่ะ !! เริ่มกันเลยดีกว่า ในวันแรกที่เข้าคลาสนั้นทุกคนก็ได้มาเจอกันแบบงงๆและหลายๆคนผมก็คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว พี่เจได้แนะนำ ข้อตกลงต่างๆ และเป็นข้อตกลงที่ผมต้องมาเขียนบทความเอาตอนนี้ด้วย ( ฮา ) เรื่องกฎของคลาสคงไม่บอกแล้วกัน เมื่อทางพี่เจเปิดสอนอีกเมื่อไหร่ก็ลองไปเรียนดูครับผม และแนะนำต่อว่าจะใช้เครื่องมือทาง Internet อะไรมาช่วยในการสอนครั้งนี้

โดยในคลาสมีตั้งแต่คนทำงานถึงเด็กปี 1 การมีคนหลายๆประเภทมันดีตรงที่เด็กจะเติมไฟ และผู้ใหญ่จะให้มุมมองที่กว้างขึ้น สนุกดีครับผมชอบแลกเปลี่ยนมุมมองอยู่แล้ว :) คำที่พี่เจฝากไว้ในช่วงแนะนำคือ

“อย่าคิดว่า ไม่มีปัญญา แต่ให้คิดว่า ทำอย่างไรถึงจะไปถึงเป้าหมายเราได้

โดยหลักๆที่อยากจะทำของคลาสนี้มีดังนี้

  • ผลักดันความฝันของแต่ละคนให้เป็นจริงทำจริง
  • ประสบความสำเร็จในการทำงาน
  • Deal ธุรกิจยังไง คุยอะไร มีอะไรต้องคิดต้องเตรียมบ้าง
  • การพูดคุยกับคนอย่างไร
  • ความเข้าใจคนอื่น HR
  • เรื่องธุรกิจ online ทำอะไร อย่างไร คิดอะไรบ้าง Trade off ต่างๆว่ามันคุ้มค่าที่จะลงทุนไหม ?

ทุกวันนี้เราทุกคนส่วนใหญ่นั้นกำลังทำให้ความฝันของคนอื่น (ที่จ้างเรา) เป็นจริงอยู่แล้วตัวเราล่ะ ? ให้คิดว่าหากพรุ่งนี้เราตายล่ะ … เราอยากทำอะไร สิ่งสำคัญสำหรับตัวเราจริงๆแล้วคืออะไร สุขภาพ , ครอบครัว , บ้านที่อยู่ คิดอะไรให้กว้างๆไม่ใช่อยู่กับที่ แล้วถามทุกคนในคลาสว่า … คุณจริงจังกับความฝันของคุณมากแค่ไหน ?

ทำให้ผมคิดถึงโฆษณานี้ขึ้นมาทันทีเลย อยากให้ดูกันครับ :) ต่อมาพี่เจก็บอกว่าเกี่ยวกับ

  • Composition of business
  • What is strategy ?
  • Business plan
  • Vision,Mission,Goal,Objectives
  • External , Internal , Competition analysis

เอาหัวข้อไปก่อนแล้วจะเรียนทีหลังว่าแต่ละตัวนั้นคืออะไร อย่างไร แล้วก็เริ่มเขียนเกี่ยวกับ Strategy แบบง่ายๆคือ

strategy
strategy

เราจะเห็นว่าเวลาที่เราทำอะไรก็ตามเมื่อมีเป้าหมายเราควรจะมีแผนงานและกลยุทธ์ พวกเราไม่ใช่ super hero ที่จะลุยอะไรก็ได้โดยไม่มีแผน เพราะชีวิตจริงนั้นไม่เหมือนกับเกมส์ที่จะมี continue ให้เรื่อยๆ ฉะนั้นต้องคิดดีๆ จะลงมือทำอะไร แต่ก็ไม่ใช่ว่ามัวแต่คิด ต้องลงมือด้วย เพราะว่าไม่มีแผนการไหนสมบูรณ์แบบหรอก ที่เหลือก็ต้องอยู่ที่เรามองมุมกลับ ปรับมุมมอง ปรับแผนกับสถานการณ์นั้น

ต่อมาจึงอธิบายเกี่ยวกับว่า Business นั้นมีองค์ประกอบมาจากอะไรบ้าง ซึ่งหลักๆจะมีอยู่ 3 ตัวนั้นก็คือ Marketing , Operation , Finance โดยเปรียบเทียบแบบง่ายๆดังนี้

  • Marketing เปรียบเหมือนสมอง คิด อะไรใหม่ๆ คิดอย่างเดียวเลยเหมือนสมอง
  • Operation ซึ่งในนี้จะประกอบด้วย HR , การจัดการต่างๆ เปรียบเทียบว่าเป็นแขน ขา
  • Finance เปรียบเสมือนเลือด ไม่มีก็ตายห่านนนนน ทันที

ไม่ว่าเราจะอยู่ตำแหน่งไหนก็ควรจะคิดด้วยว่ามันสำคัญเท่าๆกัน แต่ความเป็นจริงๆแล้วคนที่อยู่ Marketing จะชอบโชว์ว่าตัวเองคิดสำคัญสุด ซึ่งไม่ค่อยจริงเท่าไร หากดูแล้วเราขาดอะไรไปก็ไม่ครบและเหมือนคนพิการเช่น

หากคุณมีแต่ Marketing คิดอย่างเดียวไม่มีคนลงมือทำก็เป็นเหมือนขายฝัน เหมือนพวกตัวหัวหน้าใหญ่ในเรื่อง หรือการ์ตูนต่างๆ มีแต่สมองลงมือเองไม่ได้ หรือหากมีแต่ Operation ก็มีแขน ขาไม่มีสมอง ลงมือก็บรรลัยอย่างเดียว หากมีแต่เลือดแต่ไม่รู้จักคิดหรือลงมือก็มีเลือดอย่างเดียว เห็นไหมครับว่ามันสำคัญเท่าๆกันหมด

เอาล่ะก็จบวันแรกติดตามตอนต่อไปได้ครับ โดยตอนหน้าเราจะมารู้จัก Balance score card และ strategy map กันว่ามันคืออะไร ทำไมเราต้องคำนึงถึงมันด้วย

2 responses to “[MKT พี่เจเจริญ] ตอน … ความฝัน ความจริง สิ่งที่ไม่รู้”

ฝากข้อคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: