[งาน Event] ไปงาน Start it up , Power it up ! ทาง Thumbsup ep1

Start it up, Power it up
Start it up, Power it up

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ( 29/07/2012 ) ผมได้มีโอกาสไปงานที่ทาง Thumbsup จัดขึ้นครั้งแรกที่ Hubba  ซึ่งเป็นงานแบบปิดต้องลงทะเบียนจองที่นั่งก่อน ครับแต่ผมไม่ทราบเลย นึกว่าเป็นงานแบบเปิดก็ไปโดยไม่รู้ จึงต้องรอให้ผู้ลงทะเบียนมากันก่อนผมจึงลงทะเบียนได้ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะ มันเป็นความผิดของผมเองที่ไม่ได้อ่านให้ละเอียดด้วย ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้คนได้เป็นอย่างนี้ เพราะเปิดให้ลงทะเบียนเพียง 4 ชั่วโมงที่นั่งก็ถูกจองจนเต็มเลยทีเดียว ! โดยตัวผมเองนั้นก็ร่วมงานอีกด้วยเย้ ! ซึ่งต้องบอกเลยว่างานนี้มีประโยชน์มากๆทั้งสำหรับคนที่อยากจะ Start up โปรเจคหรือแม้แต่คนที่มาฟังเฉยๆยังไม่ได้มีความคิดนี้เกิดขึ้นเลย เพราะว่า เทรนด์นี้จะต้องมาอีกแน่นอนภายใน 1 ถึง 2 ปีนี้ครับ

Hubba
Hubba

กำหนดการต่างๆของงานผมคงจะไม่เขียนบอกนะครับ ท่านผู้อ่านสามารถดูได้ที่นี่เลยครับ รายละเอียด start it up, power it up ในบทความผมนี้ผมจะมาบอกเล่าว่าผมได้ประโยชน์อะไร หรือคำพูดที่วิทยากรพูดนั้นมีความน่าสนใจตรงไหนอย่างไรบ้าง เอาล่ะเราไปดูกันเลยดีกว่า Go Go Go ~

ช่วงที่ 1 เปิดตัว เปิดงาน

เป็นการพูดถึงเรื่อง start up และพูดถึงว่า Thumbsup นั้นก็ได้ก้าวมาจากการเป็น start up เช่นกัน โดยมีการเขียนข่าวที่น่าสนใจ เล่นข่าวที่เป็นประโยชน์ทั้งในและนอกต่างประเทศ ณ ตอนนี้นั้นทาง Thumbsup นั้นต้องเรียกได้ว่าเข้าถึงทุก Device เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น web, app, TV โดยช่องทาง TV นั้นได้รับความร่วมมือจาก springnews ( ซึ่งผมารู้ทีหลังว่าตัว spring news นั้นก็เป็น start up ทาง tv กลายๆ ) ซึ่งออกในชื่อรายการ Thailand can do ( ใครสนใจคลิก link ไปอ่านต่อเลยจ้า ) และได้ก้าวหน้าจนตอนนี้ได้มีการเป็น partner ship กับ techinasia และ e27 ซึ่งทั้งสองเว็บนั้นเป็นเว็บไซร์ที่กำลังมาแรงทั้งคู่ต้องขอปรบมือให้ดังๆ ให้กับ thumbsup ที่มาได้ขนาดนี้จริงๆ และนอกจากนี้ยังเป็นผู้สนับสนุนงาน Event ใหญ่ๆด้าน IT ที่มีจัดกันมาไม่นานหลายงานอีกด้วย

thumbsup เปิดงาน
thumbsup เปิดงาน

ช่วงที่ 2 สนทนาในหัวข้อ “Startup ไทยจะก้าวไกลระดับโลกได้อย่างไร” โดย @chyutopia @mimee

ในหัวข้อนี้มีแขกรับเชิญ 3 ท่านซึ่งเป็นมีประสบการณ์ด้าน start up และบางคนเป็น Investor  อีกด้วยโดยแขกทั้ง 3 ท่านมีดังนี้

  • Dr.Jay Jootar (Founder and CEO, The VC Group) ( ขอเรียกว่าคุณ J แล้วกันนะครับ )
  • Mr. Kanadej Thamanoonragsa (Fund Manager of Shinapanja Corp.) ( ขอเรียกว่าคุณ Arm  แล้วกันนะครับ )
  • Mr.Patai Padungtin (Principal Evangelist from Builk Asia) ( คุณไผท หรือพี่โบ๊ท เจ้าเก่าเจ้าของคำฮิต Passion ตบเข่าฉาด ! )

พิธีกรถาม: ทำไม Tech Start up ในประเทศไทยนั้นถึงไม่เติบโต ?

คุณ J : บอกว่าคนจะเป็น Start up นั้นจะต้องมี 3 อย่างนั้นนั่นคือ

  1. ความรู้ความเข้าใจ Technology
  2. การเอา Product ไปขยายต่อได้ หรือเอาไปสร้างธุรกิจต่อ
  3. นักลงทุน

ในข้อแรกนั้นคุณ J บอกว่าคนไทยมีเยอะ เก่งเยอะอีกด้วย แต่ … ด้านอื่นๆยังขาด เช่น ทุกวันนี้คนไทยส่วนใหญ่นั้นถ้าไม่โดนซื้อตัวไปบริษัทใหญ่ๆ ก็ไปเป็นราชการกันหมด ( เพราะว่ามันสบายไงครับ อันนี้ผมคิด ) มีเรื่อง ใต้โต๊ะ และเรื่อง ผิดลิขสิทธิ์ ( อูยย …. แต่ละเรื่อง ) ติดใช้แบนด์นอก มีความรู้สึกว่าแบนด์คนไทยต่ำกว่า ( ทั้งๆที่ในความเป็นจริงนั้นคนไทยเราทำได้ตรงจุดมากกว่า อย่างวงในในบทความที่แล้วที่กล่าวไป ) 

ส่วนเรื่อง skill อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการ Start up นั้นในเมืองนอกจะเป็นการถ่ายทอดจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ไม่ได้มีโรงเรียนเปิดสอน พวก skill ( การขาย, การตลาด, tech ด้านอื่น ) ซึ่งเมืองไทยมีไม่กี่คนที่ประสบความสำเร็จ ถ้ายกตัวอย่างก็พี่ไผทจาก Builk.com เนี้ยแหละ

ปัญหาเรื่องแนวคิดด้าน PlatForm ถ้ายกตัวอย่างก็เช่น สมมติคุณเป็น Freelancer แล้วทำเว็บให้ลูกค้า ทำบ่อยๆแต่คุณต้องมาเริ่มใหม่ตลอด 1 project = 1 website ตลอดไม่มีการคิดว่าทำอย่างไรจะสามารถจัดการให้มันเร็วกว่านี้โดยเป็น Platform มาแล้วลูกค้าคลิกๆเลือกเลยจบ เป็นต้น

คุณ Arm: คนไทยเก่ง ( ยังคงยืนยันคำเดิม ) แต่ปัญหาคือ แหล่งเงินทุน เราไม่รู้ว่าจะหาเงินจากไหน ? คุณจะกู้ธนาคารและเล่าความฝัน Start up ให้ธนาคารฟังมันก็ไม่เหมือนเล่าให้ VC หรือ Angel ฟังหรอกครับ เขาบอกว่ามีใครเคยบอกว่าถ้าจะคุยกับธนาคารมีกฎคือ No Land No Lone เพราะฉะนั้นความฝันของคุณอาจจะถูกปฎิเสธได้อย่างง่ายดาย

และยังขาดคนที่จะเป็นคนปลุกปั้นให้คำปรึกษา ไม่ใช่ว่าให้แต่เงินไม่ช่วยอะไร ซึ่งในจุดนี้หลายๆคนยังคงเข้าใจว่า VC/Angel จะให้แค่เงินซึ่งความจริงนั้นไม่ใช่อย่างที่เคยกล่าวไปแล้วว่า ทางเขาจะมีคนให้คำปรึกษาเราอีกด้วยว่าจะขยายได้อย่างไร ไปข้างหน้าได้ก้าวไกลกว่าเดิมได้อย่างไร

คุณพี่ไผท: เราอยู่สบายกันจนชิน ( แค่คำแรกก็เหมือนโดนไอ้ไม้หน้า 3 ตีแสกหน้าเลย ) เรามักจะมองตลาดแค่ประเทศไทยและ Happy กับคำว่า 70 ล้านคนซึ่งชาวบ้านที่อยู่แค่ Asia เขามองตลาด 500 ล้านคนนะครับ ให้เลิกคิดเกี่ยวกับกลุ่มภายในประเทศหันไปมองตลาดอื่นที่ใหญ่กว่ามีลู่ทางมากกว่า ศึกษาภาษาอังกฤษ ขอใส่ตัวเน้นๆเลย การที่เรามีภาษาไทยนั้นแค่เป็นกำแพงให้คนต่างประเทศเข้าถึงตลาดเรายาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเราได้เปรียบอะไร

มองตลาดระดับ Region ( ภูมิภาค ) และเหมือนเดิมคือต้องมี Passion ( ตบเข่าฉาด ! )

hubba clock
hubba clock

พิธีกรถาม: Business อะไรที่ตอนนี้เหมาะกับคนไทย ?

คุณ J:

  • social media กำลังฮิตมาก ! แต่มีคนทำเยอะมาก เป็น Red ocean มีปัญหาเรื่อง Cash Flow
  • E-Commerce แต่ ณ ตอนนี้คนไทยยังคงใช้การซื้อของแบบเทียมอยู่คือตกลงกันในเน็ต แล้วโอนเงินผ่านธนาคาร
  • Software As A Service ซึ่ง Mobile, Tablet เข้าถึงได้ง่ายแล้วน่าทำ
  • VDO เป็น Content ใหม่แต่ทำได้ยาก copy ยากเหมือนกัน แต่มีอุปกรณ์ที่สามารถทำได้แล้วราคาไม่แพง
  • TV ( ระยะยาวมากๆ ) Device นั้นได้พัฒนาแล้วการมาของ TV ก็จะเป็น Business ที่เหมาะ
  • Energy ( ระยะยาวมากๆ ) น่าสนใจแต่คงต้องรออะไรๆมากกว่านี้
  • เรื่อง Device ผลิตออกมาแก้ปัญหาบ้างอย่าง ราคาถูกลงแล้วสำหรับวัสดุ มองเทรนด์ดีๆ ตัวอย่างเช่น Case Iphone ที่มีแบบเยอะเยะแบบกันกระแทก ฯลฯ

พิธีกรถาม: การเป็นเจ้าของ Business แล้วมี VC/Angel มาแบ่งสัดส่วนหุ้นไป มุมมองเป็นอย่างไร ?

คุณ Arm:

เขาสมมติเรื่องการปลุกส้ม ถ้าคุณมีความสามารถปลูกต้นส้มที่อร่อยมาก แต่ … คุณสามารถปลูกได้ทีละต้นเท่านั้น และ VC บอกว่าเขาจะมาช่วยทำให้การปลูกของคุณเป็นการปลูกระดับทำสวนส้มเลย ไม่ใช่แค่ปลูกทีละต้น VC/Angel ไม่ได้ต้องการมาแย่งความเป็นเจ้าของของคุณแต่มาช่วยเหลือคุณ นั่นเป็นอีกข้อดีที่ธนาคารไม่มีให้คุณ VC/Angel มีทั้งคนที่มีประสบการณ์บอกคุณได้ว่าต้องทำระดับน้ำเท่าไร ไร่หนึ่งควรจะปลูกกี่ต้น ซึ่งสิ่งพวกนี้คุณไม่ต้องไปเสียเวลาลองผิด ลองถูกเอง

พิธีกรถาม: คิดว่ามี VC ที่จะช่วยเราไประดับโลกได้ไหม ?

พี่ไผท: ภาพแรกนั้นต้องทำให้ธุรกิจของเรานั้นเป็นตัวดำ ( ไม่ใช่ตัวแดงนั่นหมายถึง ติดลบ ) มีภาพชัดเจนว่าเป้าหมายของเราเป็นอย่างไร และถ้ามี VC ที่ช่วยให้เราไปสู่เป้าหมายนั้นที่เราตั้งได้เร็วขึ้นก็น่าลอง

พิธีกรถาม: จุดเปลี่ยนเรื่อง VC ( สำหรับพี่ไผท )

พี่ไผท: อยากทำ Business ที่ scale ได้ ( รองรับการขยาย ) อยากเปลี่ยนแปลงวงการก่อสร้าง อยากทำให้พัฒนา อยากเห็นวงการไทยไประดับโลก เห็นโอกาสต่อยอดความฝัน

พิธีกรถาม: อยากฝากอะไรทิ้งท้ายไหมสำหรับทุกคนที่มาวันนี้ ?

พี่ไผท: Research เองพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ใน Internet มีของดีมากๆ ใครทำได้ดีไปดูว่าเขาทำอย่างไร Learning by Doing 

คุณ Arm:

Start up เป็นอะไรที่เหนื่อย แต่ … อย่าท้อครับ

คุณ J:

เรามี Skill กันอยู่แล้ว แต่อย่าลืมด้าน Business ด้วยแล้วกัน

พักเบรค
พักเบรค

เอาล่ะครับหลังจากจบช่วงนี้จะเป็นการพัก 15 นาที โดยครึ่งหลังจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องมุมมองของ VC จากสิงคโปร์ซึ่งมาจาก e27 และเป็นการแยกห้องเพื่อไปเรียนรู้อันที่ตัวเองสนใจไว้ผมจะมาเล่าต่อในภาคสองนะครับรอติดตามกันได้เลย

Credit

  • ขอบคุณ thumbsup สำหรับข้อมูล
  • ขอบคุณ Hubba Thailand สำหรับรูปภาพ