[งาน Event] Webpresso กับหัวข้อ Online start up เว็บสัญชาติไทย ถึงจะเกิดใหม่แต่มาแรง

webpress online startup
webpress-online-startup-1

ไปงาน Event มาครับแต่กลับมาเขียนช้า เพราะอู่ 555+ งานเยอะ (อ้างหน่อย) แต่ก็ตั้งใจว่าจะแบ่งปันเรื่องดีๆจากงานเนี้ย ปกติผมก็ไม่ค่อยได้ไปร่วมงาน Event ทางเว็บกับเขาเท่าไร เพราะปกติไปเพราะ อยากเจอคนรู้จัก ได้ทักทายกันบ้างทำนองเนี้ย แต่งานนี้ทำให้ผมคิดผิดมากกกกกกกกกกก เพราะอะไรนั่นหรอ ตามไปอ่านกันเลยจ้า

งานที่ผมไปคราวนี้นั้น รายละเอียดคราวๆของานว่าใครพูดอะไร ใครพิธีกร เชิญจัดที่นี่

>>  รายละเอียดของงาน <<

ที่ผมจะนำมาเล่านั้นจะมาเล่าแบบคราวๆไม่มีการมาบอกเป็น section นะครับเพราะว่า ผม … เข้าไปสายครับ 555+ ก็เลยจับต้นชนปลายไม่ถูกแต่ว่าเรื่องหลักๆมันส์ๆ เจ๋งๆก็จะมาบอกกัน เอาล่ะ ไปดูกันเลยแล้วกันว่าเป็นไง ( เนื้อหานี้คือผมเข้าไปทีหลังนะครับ อาจจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ )

แชร์ประสบการณ์

วงใน  Wongnai.com

ไม่มีการวางแผน Business Plan ได้แรงบันดาลใจมาจาก yelp โดนเป็นเว็บ Review ร้านอาหารโดยประสานกับ Google Map แหละแต่คนส่วนใหญ่ชอบไปดู 4sq  ซึ่งในตอนนั้นในประเทศไทย 2 -3 ปีนั้นยังไม่มีคนทำ ถึงมีนั้นก็ข้อมูลน้อยไม่ update เราจะมาถามเพื่อน ว่าร้านไหนอร่อยตลอดก็ไม่ได้ บางคนจำชื่อร้านไม่ได้อีก เขาอยากได้มากจึงลงมือทำเอง จึง ทำเลย! ใช่ครับเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์มาก คือไม่ต้องคิดมากไรอยากทำก็ทำก่อน Business Plan ทีหลังก็ได้ เพราะมัวแต่รอให้แผนเสร็จก็ไม่รู้ว่ามันจะถูกต้องอย่างที่เราคิดหรือเปล่า หรือบางครั้งมันอาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้กว่าจะทำแผนเสร็จ

สิ่งที่เขาบอกต่อมาก็คือ เรื่อง Data ข้อมูลต่างๆในประเทศของเรานั้นไม่มีข้อมูล support เราเท่าไรเลย ก็นะคงไม่ต้องบอกนะว่าการทำงานของราชการมันเจ๋งแค่ไหน เขาจึงไม่ทำ Business Plan เพราะนี่คือหนึ่งในสาเหตุด้วยครับ

คบคิด.com kobkid.com

เป็นเว็บไซร์เกี่ยวกับการซื้อขายคอนโด โดยคุณยอดเขาแนะนำว่าให้เริ่มจากสิ่งที่ตัวเองสนใจ ทำได้ดี มีความเป็นไปได้ด้านการเงิน และเป็นประโยชน์ต่อคนหมู่มาก เรื่องที่ยากสำหรับเว็บของคุณยอดคือการสร้าง community เพราะเขาเล่าว่าตอนแรกไม่มีคนเล่นเลย เขาจึงบอกว่า เขาแก้ไขปัญหาโดยการมีการสอนคนใช้ ( User ) ให้ฟรีๆ เมื่อมีคนเริ่มขายก็จะมีคนซื้อตามมา ให้เราตั้งเป้าว่าเราจะทำอะไรอย่างไร รายได้โฆษณาเข้ามา เพราะว่าเปิดเป็น Service แบบไม่เก็บเงิน แต่ก็มีปัญหาตอนแรกๆเกี่ยวกับการ update content พอสมควรเหนื่อย เพราะว่าจะต้องไปติดต่อแบบ Offline ในตอนแรกๆ ให้ User รู้จัก

ประสบการณ์การเจอการแก้ไขปัญหา

คุณไผท (  Builk.com  เป็นเว็บไซร์ที่ทำธุรกิจแบบ B2B โดยเกี่ยวกับการก่อสร้าง )

เจอผู้รับเหมาที่มีปัญหาเยอะ ระบบ ERP (Enterprise resource planning) ขายไม่ได้ การทำ Business Plan ไม่ช่วยอะไร ในตอนแรกตัวเขาเองคิดว่าจะทำ Builk.com เป็นเวอร์ชั่น Subscribe ( ถ้าใครไม่รู้จักมันคือการเก็บเงินแบบสมัครสมาชิกอ่ะครับ ) แต่ก็ไม่ได้ทำ พี่ไผทนั้นเน้นย้ำเรื่องที่ว่า ต้องสู้อย่าทิ้ง ส่วนเรื่อง Business Plan นั้นเขาบอกว่าไม่มีอะไรที่เราคาดการได้ตรงต้องมีการ ปรับเปลี่ยน

ระบบ Build.com ของพี่ไผทนั้นพยายามให้คนที่ใช้ต้องอยู่กับระบบของเขามากที่สุดอย่างน้อยถ้าคุณทำงานด้านนี้ก็ต้องอยู่ 8 ชั่วโมงอ่ะครับ พี่เขาบอกต่ออีกว่าจังหวะท้อก็มี แต่เราต้องมี Passion ในสิ่งที่ทำ ( อารมณ์ประมาณว่าแค่รักยังน้อยไปต้องลุ่มหลงเลยทีเดียว ) หาให้เจอว่าวงการที่เราอยู่นั้นอะไรที่มันยังไม่ดี อะไรที่เราสามารถเข้าไปแก้ไขได้

พิธีกรถามว่าแล้วการที่สร้าง Builk.com มานั้นจะไม่เป็นการกินธุรกิจตัวเองหรอ ( Cannibalize )
พี่ไผทตอบว่า ก็มีบ้างแต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นไปในทางที่ดี และต้องกล้าที่จะทำด้วย

คุณพิพัฒน์ @chyutopia ( thumbsup.in.th )  เว็บไซต์ข่าวและบทความธุรกิจดิจิตอล

  • ตัวข่าวบางทีเป็นเรื่องที่คนอ่านรู้สึกว่าไกลตัว หรือบางทีเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ ต้องคิดว่าทำอย่างไรให้เข้าถึง User ได้
  • จะคัดเลือกข่าวภาษาอังกฤษที่น่าสนใจและแปลในภาษาของตัวเอง
  • ตอนนี้ได้เป็น partner กับ http://www.techinasia.com/ เว็บของทางสิงคโปร์
  • มีการขยายช่องทางการเข้าถึงเกือบทุก Device ( TV,ipad,iphone, website ฯลฯ )
  • แต่มีอุปสรรคใหญ่คือเรื่องการจัดสรรเวลาของแต่ละคน เพราะทำงานประจำอยู่ แต่เนื่องจากทำแบบ online จึงมีเครื่องมือหลายๆตัวที่เข้ามาช่วยไม่ว่าจะเป็น skype , google doc
  • เน้นคล้ายๆกับทุกคนคือ Passion ความรักลุ่มหลงในสิ่งที่ทำ
  • VC ชอบมองที่ Team work มากกว่า Business Plan

ซึ่งเกือบทุกคนจะพูดถึงเรื่อง Passion และ Team work

webpress-online-startup-2
webpress-online-startup-2

อุปสรรค

วงใน

ลูกค้าไม่จ่ายเงิน !!! เขาจึงแก้ไขโดยการต้องจ่ายเงินมัดจำก่อนหรือจ่ายล่วงหน้าแล้วก็มีระยะจ่ายไม่นานมาก แม้แต่พนักงานมายืมเงินแล้วหายไปเลย !! ก็มีอยากให้คุณผู้อ่านดูไว้ด้วยนะครับ พวกเนี้ยไม่ใช่จะไว้ใจได้

วงในเริ่มต้นด้วยคนเพียงแค่ 4 คนเท่านั้น บางทีเขาก็บอกว่ารายใหญ่ที่มีเงินเยอะก็อาจจะแข่งขันได้ง่าย คนก็เยอะกว่าเงินเยอะกว่า แต่ … เขาพูดว่า อุปสรรคในคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าก็เล็กลง

มาดูปัจจัยอื่นๆว่า
พิธีกรถามว่า : แล้วตัวของ Service ล่ะมีปัญหาหรือเปล่า ?
วงใน: ไม่ได้รับการสนับสนุนของคนไทย ( ข้อดีผมคิดว่าจริงมาก !! ) เขาบอกว่าบางทีฝ่ายการตลาด ไม่ดูว่า app ของเขาเจาะกลุ่มตลาดไทย ดันไปทำ Marketing หรือโฆษณากับ 4sq ซะงั้น ใครเป็น Marketing ตรงนี้ก็ลองรับไปพิจารณาดูนะครับลองสนับสนุนคนไทยกัน เขาบอกต่ออีกว่า เพราะว่าตัวเองเป็น Brand คนไทยจึงาทำให้ถูกมองข้าม ( น่าเศร้า T_T ) แม้แต่รัฐบาลก็ไม่ได้เหลียวแล ( อืม … ก็น่ะเอาเงินไปซื้อ tablet อยู่ไง ) ทั้งๆที่เขาบอกว่า app ของเขานั้นรู้ลึกรู้จริง ( อันนี้เรื่องจริงครับ ใครยังไม่มีลองไป Load ดูจ้า )

พี่เขาบอกว่าบางทีก็ท้อ และทางบ้านก็ไม่อยากให้ทำเพราะคิดว่าทำไปไม่รอด ที่บ้านเขามีธุรกิจที่มั่นคงกว่า ( ส่วนใหญ่คนที่บ้านมีฐานะมีธุรกิจอยู่แล้วจะมองอย่างนี้เยอะ )

และยังบอกด้วยว่า การทุบหม้อข้าวตัวเองนั้นก็ถือเป็นทางหนึ่งที่ผลักดันเรา ( สำหรับผมคิดว่าข้อนี้จริงมากตราบใดที่เรายังรู้สึกสบายกับการทำงานเป็นเดือนๆเราจะไม่สามารถออกมาทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้เลย ใช่ว่าจะไม่มีแต่ทำได้ยากกว่า ซึ่งการทุบหม้อข้าวตัวเองจะทำให้เรามีแรงกดดันและผลักดันให้สู้ปัญหา เพราะไม่มีทางให้ถอยกลับแล้ว )

ต้องเชื่อมั่นในทีมของตัวเอง และโปรเจ็คของตัวเองว่ามันมีประโยชน์ได้ผลจริง ! อย่าลืมว่าทีมงานเล็กก็เคลื่อนไหวเร็วปรับเปลี่ยนได้ง่ายกว่าบริษัทใหญ่ๆและที่เขามาลงเล่นตลาด App นั้นเพราะว่าคนไทยเราดันมีมือถือประมาณ 70 ล้านเครื่องในขณะนี้

คบคิด.com

พี่เขาบอกว่าอุปสรรคคือมี website จำนวนมากที่ทำและยังไม่เป็น community ซักเท่าไร คิดดูถ้าสมมติว่าสามารถร่วมมือกันได้ก็อาจจะช่วยกันผลักดันให้ระบบพัฒนาและใหญ่ไปด้วยกันได้

อย่าโลภตอนที่มีกำไร เมื่อมีเงินให้นำเงินไปพัฒนาระบบให้ดีกว่าเดิมก่อน การจ้าง Out Source นั้นเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่อยากได้นักพัฒนาเข้ามาทำงานโดยไม่จำเป็นเช่น คุณอยากได้เว็บไซร์ พอทำเสร็จก็ไม่รู้จะให้งานอะไรต่อซึ่ง กลายเป็นเราก็ต้องมานั่งหางานให้เขาทำ เสียดายเวลาทั้งคู่

พิธีกรถาม : ทำอย่างไรให้เขาเห็นคุณค่าใน product ของเราล่ะ ?
คบคิด : ให้เราคิดเสมือนหนึ่งว่ีาเราเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเขาควรจะเพิ่มเติมอะไร แนะนำอะไรได้บ้าง มีทางอะไรที่ดีก็ช่วยเสนอไป และที่สำคัญต้องมีจรรยาบรรณทางธุรกิจ

พิธีกรถาม : มีปัญหาการโกงหรือหลอกลวงไหม เพราะ E-commerce นั้นเป็นปัญหาคู่กันเลยทีเดียว ?
คบคิด : ไม่เคยเจอ เพราะการซื้อขายคอนโดนั้นจำเป็นต้องมีหลักฐาน ไปเจอตัวดูห้องกันจริงๆ การโกงจึงทำได้ยากมาก

พิธีกรถาม : แล้วปัญหาด้านกฎหมายมีผลกระทบต่อเราไหม ?
คบคิด : ก็ยังมีัอยู่พวกกฎหมายการจัดการเรื่องนี้ต้องมีเอกสารเยอะเยะ ถ้าในอนาคตจะสะดวกคงต้องคล้ายกับต่างประเทศ เขา Bid ( ประมูล ) กันเป็นเรื่องธรรมดาเลย และยังสามารถมีลูกเล่นอื่นได้อีก เช่น ถ้าคุณจะซื้อบ้านแถวนี้มีรายการอาชญากรรมว่าเกิดขึ้นกี่ครั้งคิดเป็นคิดเปอร์เซ็นต์ ( ตรงนี้แหละที่ผมคิดว่ามันเจ๋งมาก ! แต่คุณอยากลืมว่าคุณกำลังดำรงชีวิตอยู่ในประเทศที่มีคนค่อนจะหาผลประโยชน์กันอย่างชนิดที่ว่ามือใครยาวสาวได้สาวเอา … )

หลังจากนี้จะเป็นพักเบรค 15 นาทีเพื่อกลับมาคุยกันกับเรื่อง VC ( Venture capital ) และ Angel ไว้ไปต่อกันที่ภาคสองนะครับโปรคติดตาม