SRP Webmaster Camp #2

หลุดจากกรอบเดิมๆ …

ทุกครั้งๆที่ผมได้ไปช่วยเหลือในการจัดทำค่ายที่ใดก็ตาม ผมมักจะมีความสุขทุกครั้ง ทำไมน่ะเหรอ !? เพราะว่าผมได้ออกจากสังคมเมือง ไปสู่จังหวัดอื่น ที่อื่น ได้ผจญภัยครั้งใหม่ๆ ได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่จะมาเล่าสู่กันฟังต่อ ผมคิดว่าการที่เราได้ทำกิจกรรมซักอย่างที่ออกจากชีวิตประจำวัน อันแสนน่าเบื่อ ที่จะวนอยู่แค่ “ตื่นเช้า กินข้าว ทำงาน กลับบ้าน นอน

พฤติกรรมคนส่วนใหญ่ที่ทำงานกินเงินเดือนคงไม่ต่างจากที่ผมบอกตะกี้ซักเท่าไร และหลายๆคนพยายามจะทำใจยอมรับมัน ไม่คิดจะออกไปไหน วันหยุดอยากอยู่บ้าน การได้นอนมีค่าที่สุด แต่ … เราเคยหยุดคิดซักนิดแล้วถามตัวเราเองบ้างไหมว่า เราอยากทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจริงๆหรอ … ? ถ้าวันนี้ผมจะมาเล่าประสบการณ์ดีๆซักประสบการณ์หนึ่งที่ผมได้ไปพานพบ ซึ่งมันอาจจะไม่มันส์เท่ากับละครหลังข่าวแบบพี่เคนเล่น อาจจะไม่ได้ทำให้คุณเสียน้ำตาได้ขนาดหนังเกาหลี แต่ผมหวังไว้เล็กๆว่าบทความนี้จะเป็นฉนวนให้คุณอยากออกจากกรอบเดิมๆที่คุณใช้ชิวิตที่น่าเบื่อทุกวันๆครับ : )

เรียนรู้ – เที่ยว – ความเชื่อ

และแล้วผมก็ตอบตกลงกับแก๊ง 3 ช่าคาเฟ่แห่ง sanook.com ซึ่งผมเคยทำค่ายที่โรงเรียนนี้แล้ว 1 ครั้งผมชอบและสนุกกับงานด้านนี้มาก และยิ่งไปกับคนที่เรารู้สึกว่ามาเติมเต็มในทิปนี้คงสนุกอย่างไม่ต้องพูดถึง โดยคราวนี้มีสมาชิกมาร่วมหัวจมท้ายใหม่ๆอีกหลายคน ( เดี๋ยวจะมีแนะนำตัวให้ดู ) โดยนัดกันว่าเราจะเดินทางในบ่ายวันอาทิตย์ ไปเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิตอน 13:00 น.

ซึ่งผมบ้านใกล้อยู่แล้วสบาย มีสถานนี้ Airport link ใกล้ๆ ความจริงผมควรจะออกจากบ้านชิลๆ ถ้าไม่ … ตื่นสาย !! ผมเป็นคนหนึ่งที่ตื่นสายทุกครั้ง เป็นนิสัยไปซะแล้วครับ แต่ผมก็จัดของเรียบร้อยแล้ว ก็ออกจากบ้าน เรียกพี่วินมอไซร์แล้วบอกพี่เขาให้เร่งให้หน่อย ปกติผมนั่งมอไซร์ไม่เคยเกิน 50 บาท แต่คราวนี้รีบเพราะกลัวตกเครื่อง ( ฮา ) ผมจัดเต็มบอกว่าพี่วินว่าพี่ไปส่ง Airport link เท่าไร เขาบอกมา 100 นึงน้อง ( อุ๊บส์ ! เหมือนโดนเสยคางด้วยหมัดอัพเปอร์คัทขวา แต่ด้วยความรีบก็เอาวะ ) ได้ครับพี่เร่งให้ผมหน่อย พอนั่งปุ๊บ พี่วินแกออกตัวอย่างกับรถ F1 อย่างเร็ว ตอนนั้นผมรู้สึกว่าเหมือนคิดผิด เราเร่งก็จริงแต่ถ้าเราตายห่าก่อนไปถึงก็หมดความหมายสิ ( วะ ) พอพี่วินควบมอไซร์มาถึงสถานีทัน ผมก็เหมือนโดนปล้น โดนไป 100 บาท เอาน่ะแต่ก็คุ้มมันซื้อเวลาให้ผมมาทันเครื่องไม่งั้นล่มทุกอย่าง ลางานหยุดแล้วด้วย

ผมขึ้นมาบนสถานีและกำลังรอรถไฟฟ้า … ผมก็เลยเข้าไปถามยาม ( ขอเรียกอย่างนี้นะคิดว่าหลายคนคงเห็นภาพง่ายกว่า ) หรือนายสถานี ( อ่ะ เรียกหล่อๆหน่อย ) ว่าอีกกี่นาทีกว่ารถจะมา แล้วผมจะไปทัน 13:00 น. หรือไม่ … ? คำตอบจากยามคนนั้นก็คำนวนให้เสร็จสรรพ บอกว่ายังไงก็ทัน ถึงก่อนด้วย ผมก็คลายความทุกข์ลงได้หน่อย เสร็จแหละผมก็เลยคุยกับเขาต่อเลย เพราะผมไม่มีคนคุยด้วย ฮ่าๆแต่การคุยครั้งนี้ได้รู้อะไรเพิ่ม ขึ้นเยอะเหมือนกันนะครับ ทำเป็นเล่นไป ; )

น้องยาม ( เขาเด็กกว่าผม เพราะตอนคุยกับเขาเนี้ยแหละถึงได้รู้ ) เป็นคนจังหวัดกาญจนบุรี เรียนรัฐศาสตร์ อยู่ ม. ราม ก็มารับจ้างเป็นยามเฝ้าสถานีนี้ ก็ใกล้ดี แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เป็นยามเขาต้องทำงาน 12 ชั่วโมงครับ คุณได้ยินไม่ผิดหรอก 12 ชั่วโมง ครับ ซึ่งมันหนักหนากว่าคนทำงานปกติซะอีก ก็อย่างว่าถ้าเขาเลือกได้คงไปทำอย่างอื่นแต่อันนี้ดีตรงใกล้ที่พัก แล้วผมก็ถามคำถามที่หลายคนๆนั้น คงคิดจะถามยามเฝ้าสถานี ( ต่อไปเรียกนายสถานีแล้วกัน :)  เคยเจอคน กวนตีนไหมเวลาที่ให้ยืนหลังเส้นเหลือง ฮ่าๆ ผมคิดมานานแหละว่าอยากจะ ถามคำถามนี้ เพราะผมก็เคยคิดอยากจะกวนตีนเวลาตอนรอรถไฟฟ้า BTS นายสถานีตอบมาว่า “เยอะ !” ฮ่าๆก็สมควรแหละครับ หลายๆคนดูพี่โน๊ตอุดมก็คงเคยเห็นตอนหนึ่งที่เขา เล่าทำท่าเอาขาออกไปแหย่ๆ ให้นายสถานีฟังนกหวีดบ้าง กลัวเหงาปาก 555+ กำลังคุยอย่างออกรสออกชาติ ก็มีรถไฟฟ้าแบบเร็วมากๆผ่านไปอย่างรวดเร็ว นายสถานีจึงบอกว่าอันนั้นรถด่วนพิเศษยิงตรงถึงสุวรรณภูมิแต่ราคาก็แอบแพง คือ 2 เท่าของราคาปกติ เขาก็ถามผมว่า ผมกำลังจะไปไหน ผมก็บอกว่าผมจะไปทำค่ายที่สุราษธานี สอนน้องๆทำเว็บกัน เขาก็บอกว่า ดีจังเด็กเดี๋ยวนี้โชคดี ผมก็ยิ้มๆ รถไฟฟ้ามาพอดี เขาจึงอวยพรว่า … โชคดีครับ แล้วก็เดินไปโบกเป่านกหวีดเพื่อบอกให้คนอื่นๆที่รถเตรียมพร้อมขึ้นรถ …

ผมขึ้นรถไฟฟ้าพร้อมกับคิดว่า การที่เราได้รู้จักใครซักคนที่จริงใจต่อในการพูดคุยครั้งแรกมันทำให้เรารู้สึกดีจริงๆ ผมสัมผัสว่าการผจญภัยของผมก็เริ่มนับตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมสายแล้วแหละ ( ฮา ) ซักพักกำลังดูหวิวเผลอ เพื่อนผมที่นั่งจากสถานีพญาไท ก็มาเรียก ผมตกใจมาก !!! ไม่นึกว่าจะนั่งขบวนเดียวกัน แต่ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไร เพราะว่านายสถานีบอกว่ารถไฟฟ้า Airport link นั้นมีแค่ 5 ขบวนเองมันถึงได้นานมากเวลารอ ก็จริงครับ เมื่อผมได้เจอเพื่อนๆในรถไฟฟ้า เรื่องราวการพูดคุยก็สนุกขึ้นไม่เหงาเหมือนอยู่คนเดียว แล้วก็เจอคนใหม่ๆอีก 2 คน เป็นสองสาวที่มาร่วมชะตากรรม ตอนนี้กลุ่มผมมีทั้งหมด 5 คน กำลังไปสมทบกับแก๊งค์ที่อยู่สนามบินแล้ว ซักพักเดียวผมก็ถึงสนามบินแล้วก็ตรงไปเช็คอินก่อน ก็เจอทุกคนกว่าจะได้ขึ้นเครื่องรอกันแทบแย่ เพราะว่าอีกคนสายกว่าผมอีก ( – -” ) เขาหลับในรถเกือบเลยแล้วถ้าคนในกลุ่มไม่โทรหา ( ฮา ) สุดท้ายเราจึงถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อน โดยที่สมาชิกดังนี้

สมาชิกพี่ค่าย SRP#2
สมาชิกพี่ค่าย SRP#2

แถวบนจากซ้ายไปขวา พี่อู๋ ( sanook.com ) , เจี้ยบ ( เด็กป. โทจุฬา) , พี่เบิร์ด ( sanook.com ) , ผมเอง :) , พี่เหน่ง ( sanook.com )

แถวล่างจากซ้ายไปขวา พี่ป๋อม ( sanook.com ) , น้องเบ้นท์ ( sanook.com ) , ก๊อบแก๊บ ( TARADsolution ) , พี่ตี๋ ( sanook.com ) , น้องยูโกะ ( ICT ศิลปกร ) , น้องแก้มใจ ( sanook.com )

โอเคฮ่าๆรู้จักหมดแหละ พวกเราก็นั่งเครื่องบินตรงไปสุราษธานี เมื่อพวกเราถึงสุราษแล้วก็มีรถของทางโรงเรียนมารับ เพื่อจะไปส่งที่โรงเรียน ซึ่งพี่ตี๋บอกว่าวันนี้เราจะไปเที่ยวรอบๆเมือง ยังไม่มีการทำค่ายเพราะทำค่ายแล้วพวกเราจะไม่ได้เที่ยว โอเคเลยพวกเราชอบเที่ยวอยู่แล้วไม่ปฎิเสธฮ่าๆ ก็ไปทั่วรอบโรงเรียนพี่ตี๋ก่อน นั่นคือโรงเรียนสุราษพิทยา ซึ่งเราจะทำค่ายสอนทำเว็บให้กับน้องๆโรงเรียนนี้เอง บรรยากาศออกจะเย็นๆ เป็นบรรยากาศฟ้าหลังฝน ซึ่งสวยมาก พวกเราเดินทั่วรอบโรงเรียนเสร็จจึงไปกินข้าวกันต่อที่ ร้านข้าวหมูแดงที่อร่อยที่สุดในสุราษธานี ( เพราะมีร้านเดียว กร๊ากๆ ) ไม่ใช่แหละ อร่อยจริงๆครับ เป็นร้านชื่อว่า เฮงข้าวหมูแดง ( โฮกกกกกก หิวมากก !! )

เฮงข้าวหมูแดง
เฮงข้าวหมูแดง

( หลังจากประโยคนี้ให้คุณนึกถึงเสียงคนพากย์ TV แชมป์เปี้ยนจะได้ feel มาก ) ร้านเฮงข้าวหมูแดงเปิดมาตั้งแต่รุ่นแรก จนถึงวันนี้รุ่นแรกก็ยังทำอยู่ ( อ้าว ! แล้วบอกทำไม ) ด้วยความที่เจ้าของร้านเป็นคนเอาใจใส่ลูกค้า จัดเต็มทุกเมนู และคัดเฉพาะของที่มีคุณภาพอย่างเช่นข้าวหมูแดง จะใช้หมูที่เกิดเฉพาะวันพุธกับวันเสาร์ที่ตกฟากกลัง 23:55 น. และไม่เกินเที่ยงคืน ซึ่งจะได้เนื้อหมูระดับเทพ เมื่อคุณได้ลิ้มลองจะลอยในอากาศได้ถึง 3 วินาทีเลยทีเดียว !! ยังไม่พอเจ้าของร้านของเคียวน้ำแดงราดข้าวเองกับมือ โดยต้องยืนเฝ้าเป็นเวลา 30 ชั่วโมง เพื่อให้ได้น้ำซุปเข้มข้นและตรงกับใจผู้ทาน เฉพาะร้านเฮงข้าวหมูแดงจึงเปิดมานานได้อย่างนี้โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมถึงเปิดได้นาน เพราะว่ามีเจ้าของร้านที่ใส่ใจคนกิน อย่างคุณเฮงคนนี้นี่เอง !!! ( จบ ! ตัดกลับมาเสียงธรรมดาที่คุณกำลังใช้อ่านข้อความกันต่อครับ : )

ซึ่งเจ้าของร้านต้อนรับพวกเราอย่างเดียวกินกันเพลินเลยทีเดียว ถัีัดจากร้านข้าวหมูแดงพวกเราจึงไปต่อที่บ้านของพี่อู๋ซึ่งบ้านพี่อู๋ทำรังนกขาย ( ว้าว ! พวกคุณคิดว่ารังนก 1 กิโลขายกันเท่าไร ติ๊ก .. ต๊อก ๆๆๆ แอ๊ด ! หมดเวลา ) พ่อพี่อู๋บอกว่ารังนก 1 โลขายได้ โลละ 40,000 บาท ( -[]- ) !!  ช๊อกเลย ส่วนใหญ่บ้านเกือบทุกหลังจะมีห้องต่อเติมเพื่อให้นกนางแอ่นอยู่ทำรัง และจะเก็บตอนกลางวันเมื่อนกออกไปหาอาหาร ด้วยความที่ว่าบ้านพี่อู๋อยู่ใกล้วัดดังของจังหวัดพวกเรา ทั้งหมดจึงเดินทางต่อไปยังวัดโดยทันที นั่นคือ วัดพัฒนาราม เป็นวัดที่ค่อยข้างใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ของทางจังหวัดเลยทีเดียว พวกเราจึงได้เข้าไปกราบไหว้ ให้เป็นขวัญและกำลังใจในการทำค่ายพรุ่งนี้ที่จะมาถึง และผมก็ได้เสี่ยงเซียมซีด้วย

รู้หรือไม่ว่า !? เวลาเมื่อเราเสี่ยงเซียมซีแล้วได้มา 1 ไม้ที่หล่นมาเราต้องทำการยืนยันว่า ไม้อันนี้เป็นคำทำนายของเราเรา อันนี้แม่ผมสอนมา นั่นคือใกล้กระบอกเซียมซีทุกครั้งจะมี ไม้กรับ เป็นไม้ชิ้นไม่ใหญ่ 2 อันประกบกันได้ คุณต้องทำการอธิฐานว่าถ้าไม้เซียมซีที่หล่นมานั้นเป็นของเราจริง ของให้ไม้กรับเมื่อเราทิ้งลงพื้นเป็น หงายอันคว่ำอันและต้องทำอย่างนี้ 3 ครั้ง ตอนแรกที่แม่ผมบอกมา ผมไม่เชื่อแบบหัวชนฝาเลยเพราะว่ามันเป็นไปได้ยากมากที่จะทำ 3 ครั้งแล้วออกเหมือนกันซึ่งเป็นแบบ หงายอันคว่ำอัน แต่ผมก็ลองทำดูปรากฎว่า !!! ทำได้แฮะ ถ้าคุณไปเสี่ยงเซียมซีวัดไหนก็ลองดูครับ ส่วนเบอร์ที่ได้นั้นกับคำทำนายก็แบบว่าตามภาพข้างล่างเลย

เซียมซี
เซียมซี

ยิ้มแก้มแทบปริ 555+ พี่ตี๋บอกไว้ว่าถ้าของใครเป็นคำทำนายแบบโชคร้ายละก็ ต้องเอาไปผูกไว้กับต้นไม้ใหญ่ในวัด ซึ่งผมเห็นว่าบางต้นจัดเต็ม จัดหนัก นึกว่าออกผลเป็นคำทำนายเลยทีเดียวเต็มต้นเลย ถึง ณ ตอนนี้เวลาก็เริ่มเข้าสู่หัวค่ำแล้วพวกเราจึงไปเดินถนนคนเดินของทางจังหวัด ก็จะมีของมากมายให้เราซื้อหา แต่ผมเคยมาแล้วก็เลยเฉยๆไม่ได้ซื้ออะไรเท่าไร แต่ทีเด็ดตรงร้านน้ำหวานโบราณ ซึ่งพี่เจ้าของร้านนั้นจะทำเร็วแบบโครตเวอร์ ถ้าคุณไปยืนสังเกตุจะเห็นเวลาพี่เขาทำน้ำในถุง 1 แก้วใช้เวลาไม่เกิน 3 วินาที จริงๆ !! ทำเป็น combo ขุดน้ำแข็งก่อน ตึงๆๆๆๆ แล้วก็ใส่ถุงใส่น้ำหวานที่ต้องการอัดโซดา ผูกถุง ซึ่งตอนผูกถุงด้วยยางเนี้ยแหละสุดยอดแห่งความเร็วเลย ฮ่าๆไม่ได้โม้ไปลองดูเอง :p

เมื่อเราซื้อของอะไรเรียบร้อย พวกเราจึงไปเดินตลาดน้ำของทางจังหวัดซึ่งจะเรียกว่าตลาดน้ำก็ใช่เรื่องเพราะว่ามันริมน้ำเองอ่ะ ร้านค้าเริ่มทยอยปิดร้านแล้ว แต่สิ่งที่พวกเรา นึกไม่ถึงและไม่คิดว่าจะได้มาประสบพบเจอก็คือพวกเราไปดูหิ่งห้อย ใช่หิ่งห้อยบ้างคนบอกว่าอัมพวาก็มีแต่เชื่อเถอะว่า โครตต่างกันเลย พวกผมก็นั่งเรือกันไปจนถึงแหล่งเขาไม่ให้ถ่ายรูปครับ จึงเก็บมาเล่าเป็นคำพูดไ้ด้อย่างเดียวผมพูดได้เลยว่าคุณจะประทับใจไม่รู้ลืมจริงๆเหมือนอยู่ในความฝัน หิ่งห้อยนับแสนนับล้านออกมาอวดโฉมบนต้นลำพูน ซึ่งมันเยอะจนอาจจะเรียกได้ว่าเหมือนหลอด LED มาดูก็ไม่เชิง มันสว่างมาก ( เอ๊ะ ! หรือชาวบ้านเอามาติด ฮ่าๆ ) ไม่ใช่หรอกครับเป็นหิ่งห้อยจริงๆบินเล่นไฟกันสนุกสนาน และพี่คนขับเรือได้พาเราเข้าไปใกล้มาถึงขนาดสามารถนับตัวได้แต่พวกเราก็ไม่จับหรอกครับ เพราะช่วงชีวิตของหิ่งห้อยนั้นแสนสั้น เมื่อผ่านคืนนี้ไปก็คงหมดหน้าที่ของพวกมันแล้วก็ กลับคืนสู่ดินอีกครั้ง กลับมาเรื่องเราต่อ แสงที่เห็นนั้นสวยราวกับว่าเป็นไฟดวงน้อยๆที่มาหมุนรอบตัวเรา สวยเหมือนดังมีอัญมณีที่ผ่านการเจียรนัยอย่างวิถีวิถัน แต่คุณมีโอกาสซักครั้งในชีวิต คุณควรจะไปดูด้วยตาตัวเองจริงๆครับ มันโรแมนติกมากๆ และคิดว่าการชมหิ่งห้อยวันนี้ของพวกเราได้จบวันเที่ยวของพวกเราได้อย่างประทับใจจริงๆ

หลังชมหิ่งห้อย
หลังชมหิ่งห้อย

กลับจากกลับถึงที่พักของเราพวกเราแล้วซึ่งน้องๆในวันพรุ่งนี้จะมาที่นี่เหมือนกันเพราะว่าพวกเราจะสอนน้องๆในห้องประชุมของทางโรงแรม ซึ่งเพรียบพร้อมหมดแล้วทั้งสถานที่และเสียง และขาดไม่ได้เลยคือ Internet และพี่ทุกคนก็มาคุยสรุปงานที่จะทำพรุ่งนี้ ว่าใครทำอะไร มีเกมอะไรให้น้องเล่นบ้าง และจะสอนน้องอย่างไรให้เข้าใจได้ง่ายเสร็จสรรพก็นอนตายกันเลยทีเดียวโดยจะมี morning call เสียงหวานจากน้องแก้มใจมาปลุก ให้ตอนเช้า เย้ (^3^)/ ก่อนที่เราจะไปเสพเรื่องในวันพรุ่งนีผมมีคลิปของพี่เบิร์ดทำไว้เจ๋งมากเชิญชมก่อนจะอ่านข้างล่างนะครับ

ค่ายวันแรก

พวกเราตื่นกันมาตอนเช้าไปทานข้าวและเริ่มเห็นน้องๆหลายคนมาถึงแล้วโดยมี คณะอาจารย์มาช่วยเรื่องการลงทะเบียนและจัดกลุ่มน้องๆให้นั่งกันเป็นระเบียบ และเริ่มลงทะเบียนกันอย่างสนุกสนาน ผมไปถึงก็ไปเดินทั่วๆห้องก่อนไปทักน้องทั้งๆที่ยังไม่รู้จักหรอกแต่ น้องๆก็ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เจอหน้ากันแปปเดียวเริ่มมีแซวกันแหละ – -” รวดเร็วมาก แต่น้องๆหลายๆคนก็กล้าแสดงออกดี และเมื่อเริ่มพิธีก็มีการกล่าวนู้นนี่ ตามระเบียบงานโรงเรียน และก็ถึงประโยคเด็ด “สุดท้ายนี้ … บลาๆๆๆ สวัสดีครับ” ก็ตีมือกันแปะๆ แล้วก็เข้าสู่กิจกรรมของพวกเรา โดยการสอนของพวกเราตอนเช้านั้นจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องสายอาชีพใหญ่ๆ 4 สายในวงการเว็บไซร์ได้แก่ Programming , Design , Content , Marketing ซึ่งจะเป็นบรรยายสลับกับเกม เกมก็จะเกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่เรียนกันไปโดยรอบแรกเป็นของสาย Content

สาย Content

ซึ่งเป็นพี่ตี๋บรรยายและมีพี่อีกสองคนทำหน้าที่จัดเกมให้เล่น รู้สึกว่าจะเป็นเกมที่เกี่ยวกับเราจะทำ Content ของเรายังไงให้น่าสนใจ ส่วนตัวผมไม่ได้ดูแลมากนักเพราะผมก็ต้องจัดเกมให้เด็กๆเล่นเหมือนกัน จึงต้องเรียนมาว่า ขอโทษทีนะคร้าบบบบ __/l\__ อาจจะเล่าของสายอื่นได้ไม่มันส์เท่าสายตัวเอง ฮ่าๆ

สาย Marketing

หัวข้อนี้พี่เหน่งเป็นคนบรรยาย พี่เขาบรรยายได้สั้นกะทัดรัดจับใจความง่าย ซึ่งน้องๆก็จะเข้าใจถึงว่า พวกเราจะทำเว็บไซร์มาหารายได้มาอย่างไร ทำอะไร ศึกษาคู่แข่งอย่างไร และต้องปิดจุดอ่อนของเราได้อย่างไร ซึ่งเกมที่ทำหลังจากหัวข้อนี้คือเกม SRP ตีแตก จากน้องเบ้นท์และน้องแก้มใจ ซึ่งน้องๆก็ออกมาขายของกันว่าถ้าน้องๆจะขายอะไรซักอย่าง จะโครตโฆษณาอย่างไรให้หลงเชื่อ ต้องใช้คำว่าหลงเชื่อเลยทีเดียว ฮ่าๆ น้องๆทำออกมาได้ดีมากครับหรือกล้าแสดงออกมีคำขวัญประจำสินค้าด้วย ซึ่งเราให้น้องๆคิดกันไม่ถึง 5 นาทีแต่คิดได้ขนาดนี้ต้องบอกเลยว่า แหล่มมาก

หมายเห็ด ไม่รู้ทำไมเกือบทุกกลุ่มต้องมีคำว่า “น่าลั๊กอ่ะ” ของเจ๊มาดามมดด้วย ใครไม่เคยดู ข้างล่างโลด

สาย Design

เรื่องนี้เกี่ยวกับด้านออกแบบและการใช้สีกับตัวเว็บไซร์ของน้องๆ โดยมีทฤษฎีสีให้น้องๆเข้าใจและการเลือกสีใ้ห้ถูกต้องเหมาะสมว่าทำไมถึงได้เลือกสีนี้ นั้น ว่าไป โดยตัวเกมนั้นจะเป็นเกมต่อเนื่องมาจากสาย Marketing โดยให้เลือกสีเหมาะสมกับสินค้าที่ขายจากเกม Marketing ก็สนุกสนานกันไปและสุดท้ายก็มาถึงสายของผม

สาย Programming

หัวข้อนี้จะเป็นพี่เบิร์ดบรรยายก็มาเล่าให้ฟังว่ามีการติดต่อ server อย่างไร ซึ่งไม่ลึกแค่บอกว่ามันเหมือนการติดต่อโดยมีคอมพิวเตอร์เป็นศูนย์กลางและมีคอมพิวเตอร์ตัวอื่นๆมาเชื่อมต่อเพื่อขอดูข้อมูลก็คือเว็บไซร์นั่นเอง โดยการบรรยายมาจบลงที่เกมผมและเจี้ยบเป็นคนรับหน้าที่ทำ ซึ่งเกมของผมเชื่อได้ว่า เอาไปเล่นที่ไหนค่ายนั้นโครตสนุกแต่ต้องเป็นค่ายวัยรุ่นนะคนแก่เล่นแล้วเซง นั่นก็คือ

เกม Flowchart ความรัก ซึ่งเป็นเกมให้น้องๆทำการเขียน Flow ลำดับขั้นตอนการ จีบสาว โดยจะเขียนยังไงก็ได้แต่ให้สุดท้ายของ Flow เป็นการแต่งงานส่วนทางเืลือกอะไรยังไงจัดกันเองเต็มที่ ! ถ้าเล่นแค่นี้คงไม่สนุกแต่ผมยังไม่บอกอีกเงื่อนไขจนน้องๆทำเสร็จหมดแล้ว ผมจึงบอกต่ออีกว่าเกมนี้จะขาดไม่ได้เลยถ้าไม่มีคนเล่น

เพราะฉะนั้น ! ให้น้องกลุ่ม 1 ออกมาครับแล้วให้เลือก ผู้หญิง หรือ ผู้ชาย กลุ่มอื่นออกมาเพื่อทำการจีบตาม flow ของกลุ่ม 1 ออกแบบไว้ ( กรื้ดดดดดดด กร๊ากกกกก น้องๆแต่ละคนชอบใจกันใหญ่ ผมก็ชอบเห็นน้องๆจีบกัน ฮ่าๆ ) ก็ส่วนใหญ่จะเริ่มด้วยการสบตาก่อน ผมก็จะให้น้องกลุ่มนั้นๆทำตาม flow ที่ตัวเองและเพื่อนๆในกลุ่มออกแบบนั้นมา เช่น ถ้า flow บอกว่าให้ไปขอเป็นแฟน ก็จะให้น้องเดินเข้าไปแล้วพูดขอเป็นแฟนกัน ฮ่าๆ แอบเขินเหมือนกันเห็นน้องๆกล้าพูดกันต่อหน้าแล้วยิ่งเป็น flow สุดท้ายขอแต่งงานเนี้ย ก็ให้คุกเข่าขอกันเลยทีเดียว … อ่ะๆ อย่าคิดว่าจะมีแต่ผู้หญิงกับผู้ชายนะครับ น้องบางคนเลือกคนที่ตัวเองจะจีบเป็นผู้ชายด้วย 555+ สนุกมากและก็จบลงตอนพักเที่ยง

ช่วงบ่ายวันแรก

ช่วงบ่ายจะเป็นการสอนใช้ Photoshop และ Dreamwaver โดยพี่ก๊อบแก๊บและพี่เจี้ยบตามลำดับ การสอนเป็นไปได้ด้วยดีแต่ก็ยังมีน้องๆบ้างกลุ่ม หรือแม้แต่กลุ่มผมเองที่จะมีฝั่งหนึ่งทำงาน อีกฝั่งหนึ่งเล่นกันไม่สนใจ ผมจึงตักเตือนไปตามสมควรและน้องๆก็มาช่วยกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องดีและผมคิดว่า อยากให้ความรู้น้องๆกลับไปให้มากที่สุดเท่าทีี่จะเป็นไปได้ :) โดยการสอนจะจบลงตอน 4 โมงและให้ทำเว็บกันเอง 2 ชั่วโมงหลังจากนั้นจะเป็นกิจกรรมสันทนาการ ของ ผม , พี่ป๋อม , น้องเบ้นท์ , น้องยูโกะ , เจี้ยบ โดยให้น้องๆไปเปลี่ยนชุดเพื่อจะได้เล่นเกมอย่างสนุกสนาน

กิจกรรมยามค่ำ

หลังจากเหน็คเหนื่อยกับการเล่นกิจกรรมแล้ว พวกเราจึงทำการบายศรีสู่ขวัญให้แก่น้องๆ ให้ได้รักและสามัคคีกับต่อไปในรุ่น และกลับมาแชร์ความรู้สึกดีๆให้กับโรงเรียนอีก โดยพิธีการเป็นไปอย่างชื่นหมืน ทุกคนพร้อมใจกันทำและน้องบางคนร้องไห้ที่พวกเรามาทำหลายๆสิ่งดีๆให้ งานดำเนินไปโดยภายใต้แสงไฟสลัวๆกับเทียนไขดวงน้อยๆที่จะพอจะเป็นแสงให้เราสบตากับคนที่เราจะผูกข้อมือได้อย่างดิบดี ประทับใจมากและน้องหลายๆคนนั้นก็ดูจะชอบกับพิธีการนี้อีกด้วย เมื่อจบพิธีการก็แยกย้ายกลับห้องกันไป ส่วนพวกเรานั้นก็มารวมตัวกันเพื่อจะสรุปแผนการที่ทำวันนี้และวันพรุ่งนี้ไปพร้อมๆกันก็มีกินกันเลี้ยงกันบ้างตามโอกาสจะเอื้อยอำนวยแล้วก็แยกย้ายกันไปนอน

เช้าวันที่สอง

พวกเราตื่นมาและก็ต้องเก็บกระเป๋าให้พร้อมเพราะต้องเช็คเอาท์ออกแล้วในเช้าวันนี้ ก็ตรงไปทานข้าวเช้าและกลับมาดูแลน้องๆกันต่อ วันนี้ค่อยข้างสบายกว่าวันนั้นหน่อยตรงที่ว่าไม่มีการสอนแล้วที่เหลือปล่อยให้น้องๆที่ทำเว็บไซร์กันเต็มที่ปลดปล่อยจินตนาการกันอย่างสุดฤทธิ์โดยไม่มีใครยอมใครเลย และก็เป็นการตัดสินช่วงบ่ายว่าใครจะชนะโดยมีของรางวัลเล็กๆน้อยๆให้กับน้องๆเป็นที่ระทึก เฮ้ย ! ระลึก และพวกเราก็เตรียมตัวกลับมา เจอชีวิตในกรอบแบบเดิมๆกันได้ โดยพวกเราจะกลับรถไฟแบบตู้นอน จะได้นอนกันหน่อยไม่ใช่ว่าถึง กทม. ไม่มีแรงจะทำอะไรเลย

จากไกลแต่ใจไม่จากลา

จริงๆแล้วไม่มีงานเลี้ยงไหนไม่เลิกลา … ความสุขความสนุกสนานที่เราได้รับเพียงแค่ 2 วันกลับมากมายจนพวกเราทุกคนที่ทำค่ายไม่อาจจะบรรยายเป็นคำพูดให้หมด ทั้งสุข เศร้า เหงา ฮา กันตลอดทั้งทิป ถึงแม้ว่าพวกเราจะให้อะไรน้องๆไม่ได้มากมายแต่อย่างน้อยที่สุดพวกเราได้ ปลูกฝั่งเมล็ดพันธ์ที่ดีและหวังไว้ว่าซักวันหนึ่งพวกเขาเหล่านั้นจะเติบโตขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นกำลังขับเคลื่อนวงการ IT ของประเทศไทยต่อไป น้องๆทุกคนน่ารักมาก มีพลังที่ไม่มีวันหมดจริงๆ ความสดใสที่เข้ามาเติมเต็มในจิตใจของพวกพี่ๆทำค่ายทุกคนมันยังคงเอ่อล้น อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน และพวกเราคงจะได้ พบกันอีกในปีหน้า ถ้าเขาอนุญาตนะ 555+ สุดท้ายนี้ลาไปด้วย คลิป VDO นี้ครับ

 

ปล. น้องๆ ค่าย SRP#1,2 ถ้าเข้ามาอ่านแล้วอย่าไปบอกความสนุกสนานให้รุ่นต่อไปฟังนะครับเดี๋ยวไม่มันส์

Contract ทีมงาน

  • พี่ตี๋แห่ง 3 ช่าคาเฟ่ @Jirawatee
  • พี่เหน่งแห่ง 3 ช่าคาเฟ่ @chonlatee
  • พี่เบิร์ดแห่ง 3 ช่าคาเฟ่ @birdxcite
  • พี่ป๋อม @kodomo_qoo
  • พี่อู๋ @aspgod
  • น้องเบ้นท์ @natviiz
  • ก๊อบแก๊บ @golfgab
  • น้องยูโกะ @yukcocu
  • เจี้ยบ @Kikingka
  • น้องแก้มใจ @Gamjai
  • สุดท้ายผมเอง  @oxygenyoyo

2 responses to “SRP Webmaster Camp #2”

ฝากข้อคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: