step-by-step-พัฒนาตัวเอง

หวัดดีพ่อแม่พี่น้องพ้องเพื่อน -[]- / ~~~~ วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการ improve my skill ขอแรดอังกฤษหน่อย ฮ่าๆๆๆ คือเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเองกับเรื่องความสามารถในการเพิ่มทักษะ เพราะผมเคยเห็นว่าบ้างคนนั้น เวลาจะเริ่มเรียนอะไรชอบถาม ซึ่งการถามไม่ใช่ว่าไม่ดีหรอกนะครับเป็นการดีครับ แต่การถาม ที่ดี นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งวันนี้จะพูดถึงนี้ ติดตามต่อโลดดดดดด >.,<\=/

จั่วหัวเรื่องกันอย่างนี้ บางคนอาจจะคิดว่า อ้าวก็ตูอยากเรียนรู้อ่ะ ถามไม่ได้หรอให้แล้วไปถามใคร ( ฟ่ะ )  !!! จริงแล้วถ้าคุณอายุเป็นเด็กน้อยที่ต้องค่อยให้คนป้อนคำตอบหรือแก้ปัญหา เช็ดก้น เช็คขี้ อาบน้ำให้ ก็คงไม่เป็นไรหรอก แต่ว่าคนเราเกิดมาได้มาซึ่งความรู้นั้นอาจะ้ต้องมีอุปสรรคให้เราให้เก็บ level ของเราเองเพื่อไปเปลี่ยน job บางทีผมก็คิดนะครับว่าเกมออนไลน์นั้นทำเหมือนชีวิตจริง พอคุณเก่งคุณก็จะเลื่อนคลาส เปลี่ยนอาชีพ อ่ะชักจะไปกันใหญ่กลับมาเรื่องของเราดีกว่า เมื่อคุณนั้นโตหมายถึงคุณวุฒิ อายุ และคุณสมบัติที่พร้อมจะเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองนั้น คุณควรจะเริ่มออกเดินทางเองได้แหละ แม้ในบางครั้งการเริ่มต้นมันอาจจะดูยากแต่เมื่อเราได้เริ่มเดินนั้น ก็จะเดินได้เรื่อยๆ ซึ่งครั้งนี้คุณอ่านมาจนถึงจุดนี้คุณอาจจะอยากเริ่มต้นอะไรซักอย่าง ทำเลยครับ !! อย่ารอให้มันกลายเป็นแค่ลมหายใจของวันวานที่ กำลังจะผ่านไป

ถ้าเราพูดการจะเริ่มต้นอะไรซักอย่าง ผมจะพูดถึงในแบบของผมหวังว่าเราๆท่านๆนั้นจะได้ตระหนักถึงว่าบางครั้งผมมุมที่มองแก้วใบเดียวกันนั้นก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง  ผมอยากไม่เป็นคนที่ โง่ด้านอังกฤษ เป็นอย่างมาก แต่ดันอยากเขียนโปรแกรมซึ่งเป็นปัญหาที่ว่าองค์ความรู้ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ – -‘ และเราก็จะขี้เกียจอ่าน พอเมื่อเราขี้เกียจอ่านแล้วเราจะไปถามคนรู้ให้เขาอธิบาย หรือสอนให้เราก็จะเรียนรู้ได้ แต่การเรียนจากผู้รู้อาจจะมีค่าใช้จ่ายอย่างรุนแรง หรือแพงนั่นเอง ซึ่งผมจะแนะนำได้เป็นหัวข้อในการพัฒนาตนเองกับสิ่งที่อยากเริ่มต้นเรียนรู้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องง้อใครได้ดังนี้ต่อไปนี้ครับ

  1. เริ่มต้นด้วยหนังสือเฉพาะด้าน
  2. จากนั้นเรียนต่อด้วยหนังสือแบบฝึกหัด
  3. เรียนประยุกต์และซักถาม
  4. นำความคิดใหม่ๆที่ได้ไปพัฒนา
  5. กลับมาแบ่งปันให้กับคนอื่น
  6. กลับไปอ่านข้อหนึ่ง -*-

1. เริ่มต้นด้วยหนังสือเฉพาะด้าน

เริ่มแรกคุณอยากเรียนรู้เกี่ยวกับด้านอะไรนั้นจัดไปอย่าให้เสีย ซื้อหนังสือที่บอกความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เราสนใจ ของตัวอย่างของผมนั้น ผมอยากเรียนรู้ด้านภาษาอังกฤษ โอเคตรงไปร้านหนังสือจัดมาซักเล่ม ด้วยความที่ผมเป็นอ่านหนังสือไม่บ่อย ไม่ชอบหนังสือที่สามารถเป็นอาวุทได้ ( มันหนามากบางเล่มตีหัวล้มได้เลยนะเออ… ) จึงจัดเล่มเล็กๆมาก่อนหนึ่งเล่ม เอาอารมณ์คล้ายแบบสามารถ หยิบไปไหนมาไหนก็ได้ อย่างของผมนั้นก็จะบอกเกี่ยว a-z คืออะไรกันเลยทีเดียว ถ้าคุณคิดจะเรียนรู้คุณต้องเรียนรู้ตั้งแต่แรกว่ามันคืออะไร ถึงแม้ผมนั้นจะรู้ว่า a-z คืออะไรก็อ่านนะครับทำเป็นเล่นไป : ) หนังสือของผมดีมากคือ มีแบบฝึกหัดในตัวจึงทำให้เมื่อคุณอ่านแล้วได้ใช้ความรู้ของคุณได้ทันที  บางคนบอกว่าเดี๋ยวนี้มี ipad แล้วไปอ่านทำไมหนังสือ  อืม… ผมก็ยังชอบความคลาสิกเวลาได้เปิดได้ค้นหานะครับ ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นเหมือนกันหรือเปล่าตรงที่ว่า … ยิ่งมีอุปสรรคมักจะทำให้เราจดจำได้ถ้าได้มาง่ายๆทีไรมันมักจะลืมทุกที แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังลืมบ่อยๆอ่านจบแล้วก็ต้องอ่านอีกสงสัยแก่แหละ แฮะๆ

ปล. อย่าลืม ข้อสำคัญคือซื้อแบบที่คุณสามารถอ่านมันจนจบได้นะครับเพราะบางทีความรู้เจ๋งๆมันอยู่หลังๆครับ

2. เรียนต่อด้วยแบบฝึกหัด

ถ้าคุณเรียนรู้กับสิ่งที่เป็นพวกเฉพาะทางเช่น การเขียนโปรแกรมนั้น คุณอ่านอย่างเดียวไม่ได้หรอกนะครับคุณต้องลองทำ จะได้เห็นภาพว่ามันทำงานอย่างไร ความรู้ด้านนี้เขาประยุกต์กันอย่างไร เพราะว่าคุณต้องรู้ข้อดีข้อเสียและวิธีทำ แล้วเราจะเข้าใจระบบต่างๆที่เราได้เรียนรู้นั้น พยายามทำหน่อยแม้คุณจะไม่ชอบทำในตอนแรกเพราะมันอาจจะน่าเบื่อหรือว่ายาก แต่ขอให้คุณตั้งใจครับแล้วจะเข้าใจทุกอย่าง สำหรับผมแล้วภาษาอังกฤษแบบฝึกหัดคือการพูดครับ ผมต้องพยายามคุยกับฝรั่ง ไม่ให้เกรงแต่ก็ยังมีบ้างถ้าไม่ใช่คนรู้จักดี พยายามต่อไปครับ ตรงจุดนี้หนังสือบางเล่มนั้นจะอธิบายไม่หมด เพราะมันเป็นเล่ม เล็กเช่นของผมจะอธิบายแค่หลักๆ เท่านั้นซึ่งจะทำให้คุณเริ่มมีข้อสงสัยแล้วครับ อ้าวพอคุณมีข้อสงสัยก็ไปข้อถัดไปกันเลย ^w^ /

3. การประยุกต์และซักถาม

เมื่อคุณได้ฝึกฝนวรยุทธ์ไปหน่อยแล้ว ตอนนี้จะถึงเวลาเขาเรียกว่า “ร้อนวิชา” คุณจะลองวิชาที่คุณได้ร่ำเรียนมาว่าเราเนี้ย เจ๋ง ! ขนาดไหน ฮ่าๆ แต่อย่าเพิ่งได้ลำพองนัก เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือเมฆายังมีดวงดาว ก็ให้คุณไปลองใช้วิชาประยุกต์และเรียนรู้ข้อผิดพลาดและข้อสงสัยต่างๆ โดยถ้าเป็นของผมนั้นผมจะเจอเกี่ยวคำบ้างคำเป็นคำแบบ สำนวนหรือคำย่อ อารมณ์เหมือนเวลาเราคุยภาษาไทยแล้ว ชอบถามแบบไงๆ จากตอนแรกคุณเรียนภาษาไทยคุณอยากจะถามว่า “วันนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง” แต่พอโตขึ้นสนิทกันก็อาจจะถามแค่ว่า “เป็นไงบ้าง” ผู้รับก็เข้าใจแล้ว่าคุณหมายถึงอะไร ฉะนั้นจงสงสัยในสิ่งที่ไม่รู้ แล้วหาคำตอบจากในหนังสือทีคุณซื้อนั่นแหละแต่เมื่อนั้น !!! เมื่อหนังสือที่ซื้ออาจจะบอกคุณได้ไม่หมดคุณก็ต้องออกไปถามผู้รู้เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบของสิ่งที่คุณสงสัย คนสมัยนี้โชคดีตรงที่เรามี internet และ อากู๋ ค่ายแกรมมี่ ใช่ที่ไหนล่ะ !! อากู๋ (เกิ้ล ) www.google.com ซึ่งช่วยให้เราไปค้นหาในสิ่งที่อยากรู้ได้ไม่ยาก โดยเราอาจจะไปหาที่ที่คนเข้าแชร์ประสบการณ์และความรู้ที่ได้รับมาเช่น forum หรือ webboard ต่างๆ แหม… พูดถึงการถามข้อสงสัยแล้วผมอยากจะเขียนเป็นหัวข้อแยกออกมาเหมือนกันเพราะบางทีผมได้อ่านข้อสงสัยบางคนแล้วมันหงุดหงิด โอเคงั้นผมทำไว้ก่อนแล้วกันจะเขียนทีหลังนะครับ

การถาม – ตอบใน webboard

4. การนำความคิดใหม่ๆไปพัฒนา

เมื่อเราสำเร็จยุทธ์แล้วเราควรจะนำองค์ความรู้นั้นๆไปพัฒนากับสิ่งที่เราอยากทำหรือยากได้ เพื่อให้เราพัฒนาตัวเองต่อไป เช่น ผมอาจจะใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนรู้ในสิ่งอื่น คุณก็เช่นกันควรจะเอาความรู้ได้รับและหามาได้ด้วยตัวเองนั้นไปต่อยอดกับสิ่งอื่นๆ ผมเชื่อว่าความรู้บางอย่างนั้นอาจจะไม่ช่วยอะไรเลย แต่เชื่อเหอะว่าวันหนึ่งคุณมีไว้ไม่เสียหายหรอกครับ ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งคุณหัดขับรถ คุณไม่มีรถ คุณอาจจะต้องขับรถเพื่อนเพราะไปเที่ยวด้วยกัน ฉะนั้นอย่าหยุดที่จะำนำไปพัฒนาต่อครับ

5. กลับมาแบ่งปันให้ผู้อื่น

เมื่อคุณไปถึงจุดสุดยอด ( ถ้าคุณเป็นนักปีนเขา … แป็ก ! ) หรือเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วกับองค์ความรู้ที่คุณได้พัฒนาตนเองแล้ว อย่าลืมคนข้างหลังครับ ไม่ใช่หลังคุณตอนคุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่นะครับ ผมหมายถึงคนที่เริ่มต้นอยากเรียนรู้ ความรู้ทีคุณได้ัพัฒนามาแล้วเขาอาจจะติดปัญหาเหมือนกับเราตอนสมัยหนุ่มๆที่เริ่มเรียน ( พูดซะแ่ก่… ) ก็กลับไปช่วยเขาเหล่านั้นด้วยนะครับ ผมคิดว่าถ้ามีใครซักคนหนึ่งสร้างมนุษย์ขึ้นมาผมว่าเขาออกแบบมาได้ถูกแล้วครับถ้าคนเราสามารถเรียนรู้ได้หมดนั้น โลกเราคงเห็นแก่ตัวกันเยอะมาก

สรุป

ก็อาจจะเป็นหลักกการที่ common ( ขอใช้หน่อยร้อนวิชา ) หรือสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วแต่ผมคิดว่าผมอยากเขียนไว้เตือนตัวผมเองด้วยและหวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะได้เตือนตัวเองด้วยเหมือนกันว่า วันหนึ่งๆเราอาจจะใช้เวลาไปกับอะไรซักอย่างจนมากไปหรือน้อยไปก็แบ่งไปให้สิ่งที่เราสนใจด้านอื่นบางครับ สำหรับ entry นี้ของจบไว้เ่ท่านี้ครับ สวัสดี __/l\__

การพัฒนาตัวเอง าดก