Everything is knowledge
Header

lonely

อยู่ดีๆก็ไปอ่านเรื่องราวของเด็ก “ซอกแจ” เด็ก ป.4 ที่เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ที่ถูกใจคือเด็กคนนี้เจออะไรที่คล้ายๆเราเลยในสมัยเด็กและเราคิดว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากเขาถึงได้มาเขียนบล๊อกในวันนี้ โดยเรื่องราวทั้งหมดสามารถหาอ่านได้จาก เปิดห้องเรียนเด็กเกาหลีป.4 กับภารกิจสุดซึ้งจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ซึ่งเราจะสรุปหลายๆข้อให้ฟังแบบง่ายๆ 10 ข้อจ้า

1. เราได้เรียนรู้ว่าไม่ว่าสังคมไหนจะเด็กหรือผู้ใหญ่เราจะต้องมีการได้เจอการกระทำแบบนี้ เราจะต้องมีความอดทนและต้องสู้ปัญหาหากเราปล่อยไปมันก็จะเป็นอย่างนี้ไปยันตาย ถ้าเราคิดว่าเราพร้อมจะรับการกระทำอย่างนี้จากคนอื่น ก็อีกเรื่อง

2. การแต่งตัวของการเรียนของเด็ก ป.4 ในเกาหลีนั้น ไม่เห็นต้องตัดผมเกรียน ใส่ uniform เหมือนๆกันเลย เราจึงคิดว่ามันอาจจะดีกว่าถ้าจะให้ใส่ชุดอะไรมาเรียนก็ได้ ยกเว้น เวลาเรียนพละหรือพวกออกกิจกรรมอาจจะต้องใส่ชุดที่มันพร้อมทำกิจกรรม แต่ ! เราคิดว่าไม่สามารถทำในไทยได้เพราะเรื่อง ผลประโยชน์ แล้วมันเกี่ยวกันอย่างไร ? คุณลองคิดดูถ้าคุณเป็นคนขายเสื้อผ้านักเรียนคุณจะยอมไหมล่ะ ?

3. คนเรานั้นมีข้อดีข้อเสีย แต่คนพวกส่วนใหญ่นั้นตัดสินคนอื่นด้วยเหตุผลของคนที่มาเล่าต่อไม่ได้เจอกับตัวเอง เช่น มีเพื่อนมาเล่าให้เราฟังว่าคนนี้ๆ ไม่ดีมันทำไม่ดีหลายอย่าง แต่เราไม่เคยคุยกับคนนั้นก็ไม่ชอบขี้หน้าแหละ ผมเคยเข้าใจคนหลายคนผิดในชีวิตเหมือนกัน

4. คุณครูที่ดีนั้นควรจะเป็นเหมือนในเรื่อง เพราะอะไร ? ผมบอกคุณแล้วว่าผมเคยเจอเหมือนน้องซอกแจ แต่ผมไม่ได้รับการช่วยเหลืออะไรจากคนรอบข้าง คุณครูเข้าห้องมาไม่เคยสงสัย สังเกตุอะไรในห้องที่ตัวเองเป็นคุณครูประจำชั้นอยู่เลย เด็กคนนี้มีปัญหาการเข้าสังคม เด็กคนนู้นมีปัญหานิสัยไม่ดี แล้วคิดหาทางแก้ไข เปล่าเลยเข้ามาชั่วโมง home room ( ทุกวันนี้ยังคิดเลยว่ามีทำไมเหมือนเวลานั่งเม้าส์ ) แล้วก็ออกไป

แต่ก็อีกแหละว่าคุณครูในเรื่องนั้นควบคุมเด็กประมาณ 20 คนนิดๆ ส่วนประเทศเรานั้น 40 – 50 ซึ่งมันเกินกำลังและหลายๆโรงเรียนก็ไม่ยอมรับว่าเกินกำลังผมจึงออกมาอย่างที่เห็นสอนจบได้แต่คุณภาพไม่ไหวจะเคลียร์

5. เด็กๆที่เกาหลีนั้นมีมือถือใช้กันเร็วมาก ป.4 เรายังดีดลูกแก้วอยู่เลยง่ะ -_-’ และมีการแสดงออกทางความคิดอย่างเห็นได้ชัดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการถอดเสื้อออก หรือการโทรศัพท์ไปหาพ่อแม่ เพื่อย้ายโรงเรียน ซึ่งเราคิดว่า เด็กอายุขนาดนี้ไม่น่าจะคิดออกหรือว่าเราแก่เกินไปแล้ว ( ฮา )

6. ในห้องเรียนสามารถกินนมได้ และเราไม่แน่ใจว่ากินอย่างอื่นได้หรือเปล่าอาจจะเป็นของเบาพวกขนมได้แต่ข้าวคงไม่ไหว ซึ่งมันก็จริงคนมันหิวข้าวไม่เท่ากันจะให้กินตอนไหนนั้นมันก็ควรจะเป็นสิทธิ์ของคนๆนั้นไป

7. การมีมารยาทเรื่องการแสดงออกหรือแสดงความคิดเห็น ( วิจารณ์ ) เราจะเห็นว่าเมื่อตอนซอกแจได้ยืนอ่านบทความของเขา ทั้งๆที่เขาจะร้องไห้อยู่แล้วยังมีเด็กบางคนนั้นหัวเราะ !!? ซึ่งอาจจะเพราะเกียจอยู่แล้วเลยอยากจะหักหน้า หรือไม่ก็ตอนที่คุณครูเอาภาพวาดของเด็กบางคนที่ใส่เสื้อกั้กแดงมาประจาน เราว่ามันไม่ควรแต่เนื่องจากมันอาจจะเป็นการ ตกลงกันก่อนจะถ่ายทำหรือใดๆก็ไม่ทราบแต่นี่เราก็ได้เรียรู้จากเรื่องนี้

8. การรู้ตัว ด้วยตัวเองนั้นจะคิดได้เยอะมากกว่าถูกสอนด้วยคนอื่น … อ้าวงง ? ฮ่าๆ เหมือนกับเรื่องราวนี้ครับที่เกิดขึ้น ถ้าหากคุณครูมานั่งบอกว่าพวกเธอทำไมไม่ไปคุยกับซอกแจบ้างล่ะ หรือจงใจทำเกินไป คนอื่นๆจะไม่ยอมรับในตัวซอกแจเลย แต่หากว่าให้เจอเหตุการณ์ที่คล้ายๆหรือเหมือนกับซอกแจที่โดนอยู่ทุกวัน นี่ขนาดๆว่าเจอแค่วันสองวัน คนอื่นทนไม่ได้เลยในขณะที่ซอกแจ ( ตูยังชิลๆเลย พวกเมิงเป็นไรกัน )

9. เราคิดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้มีเด็กในประเทศไทยหลายคนเจอดูจาก ความคิดเห็นด้านล่าง มันคงจะดีถ้าสามารถเอาเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นนั้นมาแสดงในประเทศไทยได้ จะได้เตือนสติทั้งคุณครูที่สอนเด็กและตัวเด็กหลายๆคนได้เห็นเองว่า ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวเองแล้วจะรู้สึกอย่างไร

10. ( ถึงข้อสุดท้ายแหละเหนื่อย 555+ ) หากเราไม่อยากให้ใครทำอย่างที่เราไม่ชอบ เราก็ไม่ควรทำอย่างนั้นกับคนอื่นก่อน และถ้าหากว่าคนอื่นทำกับเราก่อน เราควรจะเมตตา อภัย และเตือนเขาถ้าเป็นไปได้นะ ถ้าเตือนไม่ได้ก็ไม่ควรจะเกียจ แต่ถ้าหากเขาเปิดประเด็นกับเราบ่อยๆ ก็จัดหนักให้แหม่งเลย อ้าว !!? 555+

ปล. เราคิดว่าเราไม่สามารถอยากให้มีอะไรหลายๆอย่างที่อยากให้มีได้ทันทีแต่อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ย้ำเตือนว่ายังมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นและมันจะเกิดขึ้นตลอดไปในประเทศไทยถ้าหาก เราทุกคนยังคิดว่าก็เป็นเรื่องของคนอื่น แล้วคุณล่ะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้

30days

30days

หัวข้อบทความครั้งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก งาน Thinkcamp 4 โดยหัวข้อของพี่อู๋หรือคุณเอกสิทธิ์ เพิ่มพูนพิพัฒน์  เรื่องนับ 1 ถึงอนันต์ ด้วย 30 วันกับ iPhone Application โดยตัวผมเองอยากหาความรู้ใหม่ๆที่ไม่เคยศึกษาและอยากลองทดสอบสิ่งที่พี่อู๋ได้ทดสอบมาแล้วว่าได้ผลจริงๆ เพื่อจะเป็นอีกข้อพิสูจน์สำหรับคนอื่น ซึ่งบอกตรงๆเลยว่า แค่เริ่มก็ท้อแล้ว drupal สำหรับผมแล้วมันเจ๋ง และเกิดมาเพื่อเป็น CMS ของ Dev จริงๆ โดยทั้งนี้ทั้งนั้นผมจะเขียนบทความนี้เป็นแบบย่อๆว่าผมได้เรียนรู้อะไรไปกับมันบ้างแล้ว และเรียนรู้จากที่ไหนบ้างหวังว่า บทความนี้นั้นจะทำให้ใครซักคนที่ผ่านมาอ่านได้มีแรงบันดาลใจทำอะไรซักอย่างเหมือนกับผม

(more…)

Recommend Book I

January 21st, 2012 | Posted by admin in General | Recommend Book - (0 Comments)

ทักทายกันหน่อย …

บทความนี้เป็นบทความที่ว่า อยู่ดีๆผมก็อยากรู้ว่าคนรอบตัวผมนั้นเขาอ่านหนังสืออะไรกันบ้างในเดือนๆหนึ่ง อยากรู้ว่าเขามองโลกเปลี่ยนไปไหม แล้วเขาจะแนะนำคนอื่นต่อว่าอะไรกับหนังสือที่เขาอ่านจบหรือกำลังอ่านอยู่ แต่ในเมื่อผมคิดจะถามคนอื่นแล้วผมก็ควรจะเล่าของผมให้คนอื่นฟังก่อน เผื่อว่าคนที่มาอ่านบทความนี้จะได้หันมาสนใจหนังสือที่ผมหยิบจับมาอ่านบ้าง  (more…)

Too Fast To Sleep (#2f2s)

January 21st, 2012 | Posted by admin in General - (1 Comments)
Too Fast To Sleep

Too Fast To Sleep

ทักทายกันหน่อย …

อยากทำงานต่อ … แต่ไม่มีร้านไหนเปิดจะไปร้านกาแฟ Mac แหม่งก็ไม่มีปลั๊กถึงจะเปิด 24 ชั่วโมงก็เถอะ ไม่มีไฟทั้งเครื่องและคนก็จบกัน แต่วันนี้เราเจอสถานที่ดีๆ เหมาะๆบรรยากาศดีมากสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่กำลังอยากได้ที่อ่านหนังสือ ติว หรือพักผ่อน และคนทั่วไปที่หาที่ทำงานชิลๆ มีเน็ตฟรีให้ใช้ กาแฟหอมๆ และพนักงานเสริฟที่น่ารักโดนใจแล้วละก็ ต้องมาจัดกันที่ร้านนี้เลย Too Fast To Sleep (#2f2s)

(more…)

jQuery

jQuery

กลับมาอีกครั้งสำหรับ jQuery plugin ภาค 2 ( สองๆๆๆๆๆๆๆ ) ถ้าใครยังไม่ได้ดูว่าตอนแรกทำอย่างไร ไปดูได้เลยจ้า jQuery plgin ทำไง ภาค 2 นี้ยังคงเป็นการสอนทำ plugin ที่เราต้องการให้มันใช้งานที่ง่ายขึ้นและมีความซับซ้อนขึ้น ( อ้าวแล้วเราจะทำให้มันซับซ้อนขึ้นทำไม ? ) คือ เมื่อเราทำ plugin มาแล้วก็ควรจะทำให้มันยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนตัวแปรได้อิสระ คืออาจจะปรับได้เล็กน้อยไปถึงปรับได้มากโดยภาคนี้เราจะได้เรียนรู้ดังนี้

  • Defaults and Options
  • Namespacing
  • Plugin Methods
  • Events
  • Data

(more…)

Powered by Facebook Like Button plugin for WordPress